[SF]=Untitled= EunHae ~ HaeEun

posted on 16 Jul 2011 22:18 by missmillet

 

 

Title  =Untitled= 

Auther  Millet

Pairing  EunHae ~ HaeEun

 

……………………………………………………………………………..

 

 

เปิดเทอมใหม่…….

อีกเทอมแล้วเหรอวะ  อันที่จริงผมแทบจะไม่รู้เรื่องอะไรกับชาวบ้านเค้าเลยเถอะว่านี่มันปิดเทอม เปิดเทอม สอบมิดเทอม หรือสอบไฟนอล   ชีวิตเด็กสถาปัตย์อย่างผม นอกจากงานที่สุมและพอกหางหมูจนยาวเป็นหางว่าว วันๆก็ไม่มีเวลาจะไปคิดถึงอะไรแล้ว บ้านก็ไม่ได้กลับมาหลายเดือน จนพ่อแม่จะแจ้งความคนหายอยู่หลายรอบ  ไหนจะนั่งแก้งาน  ทำโมเดล  โปรเจคสารพัดอย่าง เอาเป็นว่าใช้โต๊ะเขียนแบบเป็นที่ซุกหัวนอนแทนเตียง จนลืมไปแล้วว่านอนในแนวระนาบรู้สึกยังไง -_-

 

ถ้าชีวิตจะยุ่งขนาดนี้…….  ผมเลยต้องเงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะคู่ชีวิตที่ฟุบหลับไปตอนไหนก็จำไม่ได้ซะบ้าง  ที่พูดมาทั้งหมดนี่คือเพิ่งตื่น เอาเป็นว่าเข้าใจตรงกัน

 

 

เสียงโครมครามเบาบ้างดังบ้างจากนอกห้อง ก็พอจะเดาออกล่ะว่าวันนี้ต้องมีเด็กปีหนึ่งขนของย้ายเข้ามาหลายคน  ผมหรอ ดีหน่อยไม่ค่อยชอบอยู่กับใคร เรียนแบบผมนี่ใครก็มาอยู่ด้วยยาก เว้นแต่จะทนห้องรกๆ กับไฟที่เปิดตลอดคืน และเสียงกุกกักๆ เวลาทำงานส่งอาจารย์ได้ ตั้งแต่เรียนมาสามปี ก็ไม่เห็นจะมีใครทนได้ซักคน  

 

 

 

ตายห่าน!

 

 

จะไม่ให้ตายได้ยังไง  ปีนี้มันไม่เหมือนสามปีที่ผ่านมาแล้ว  ผมดันไปรับปากกับไอ้เพื่อนเวร ไอ้ซีวอน ไอ้หล่อประจำคณะวิศวะอะไรไว้ โอ๊ยย ลืมสนิท  นี่ถ้ามันไม่โทรมา  ก็ไม่รู้ตัวเลยนะเนี่ย เซงโคตร

 

“ ฮัลโหล ”   พอเห็นเป็นชื่อ ‘ไอ้หล่อ’ (มันบังคับให้เมมแบบนี้) กะพริบอยู่บนหน้าจอไอโฟน4 ที่ป๊าเพิ่งซื้อให้สองเดือนก่อนตอนมาเยี่ยมที่หอ ผมเลยรีบกดรับ

 

“ ตื่นยังสัด ”

 

“ เออ เพิ่งตื่นว่ะ แม่งมีไรวะ ” ทั้งที่ก็พอจะเดาออก แต่ก็ลองถามไปก่อนเผื่อแม่งเปลี่ยนใจแล้ว จะได้รอดตัว

 

“ด่าแม่กูแต่วัน  กุโทรมาเตือน วันนี้รูมเมทเก่ากูจะย้ายเข้าไป เมิงลืมยัง สัด ”

 

“ กูก็ว่าจะทำลืมๆไปเนี่ย เมิงเสือกโทรมาซะก่อน ว่าแต่เค้าจะมาอยู่จริงๆหรอวะเนี่ย กูไม่อยากจะเชื่อ”

 

“ เมิงนี่ยังไงวะ ไหนรับปากกูไว้แล้ว ทงเฮแม่งขนของไปแล้วเมื่อเช้า กุนึกว่าถึงแล้วซะอีก ”

 

“ เอาแล้วไงสัด ห้องกูรกยังกับกองขยะ เค้าจะไหวกับกูมั๊ยวะเนี่ย นี่กูบอกไว้ก่อน กูไม่ชอบปรับตัวเข้าหาใครนะเว้ย ถ้าเค้าริจะอยู่กับ อึนฮยอก เค้าต้องเข้าใจในตัวกูให้ได้ เข้าใจปะ เพื่อนเมิงอะ”

 

“ไอ้เวร เมิงก็อย่าติสแตกใส่เพื่อนกูนักล่ะ ทงเฮแม่งยิ่งเจ้าระเบียบอยู่ด้วย จะรอดมั๊ยวะ ฮ่าๆ  ” เพื่อนเวรนี่ผลักภาระมาให้ผมแล้วมาหัวเราะใส่ อย่าให้เจอตัว กุจะไล่เตะให้หมดหล่อเลยเมิง

 

“เออ  ช่างแม่งเหอะ ไหนๆกูก็พลาดแล้วนี่ มาก็มา หาที่ซุกหัวนอนเอาเองละกัน”

 

“เออ ขอบใจว่ะ เชี่ยเมิงแม่งน่ารักสาดดด แค่นี้นะ กูต้องไปงานกับที่บ้านแล้วว่ะ”

 

ไอ้ซีวอน  มันเป็นเพื่อนผมตอนอยู่มัธยม  ตอนเรียนแม่งก็สัญญากันดิบดีว่าจะเข้าสถาปัตย์ด้วยกัน เป็นไงล่ะ ตอนนี้เมิงไปม่อสาวอยู่วิศวะโน่น จริงๆพ่อมันบังคับให้เรียนแหละคับ  หน้าตาฐานะอย่างมัน ไปอยู่วิศวะก็เหมาะดี อย่ามาเถื่อนแถวนี้  เมิงมันแนวไม่พอว้อย ไอ้หล่อ  แสรดดดด!!

 

เมื่อสองอาทิตย์ก่อนมันโทรมาถามผมไว้แล้วแหละ ว่าขอให้เพื่อนมาอยู่ด้วยคน มันจะไม่อยู่หอแล้ว เรียนใกล้จบแบบนี้พ่อแม่มันอยากให้ไปฝึกงานกับบริษัทที่บ้าน  แล้วไง รูมเมทมันอยู่คนเดียวไม่ได้หรอวะ ผมพยายามถามมันไปมันก็ไม่บอก  ถ้าเมิงแทบจะกอดแข้งกอดขาขอให้เพื่อนมาอยู่ด้วยแบบนี้ ก็ยอมก็ได้วะ ผมก็เลยรับปากส่งๆไป  ในใจก็ไม่คิดว่าแม่งจะมาจริงๆหรอก อะไรวะ ไม่รู้จักกัน หน้ายังไม่เคยเห็น เออผมแค่เคยได้ยินชื่อบ้าง พี่ซีวอน พี่ทงเฮคณะวิศวะ แม่ง สาวคณะผมกรี๊ดกันใส้แทบหลุด เสียจริตกันไปหลายคน ข่าวว่าหล่อระดับโอทอป เอ๊ยระดับทอปของคณะ จะคอยดู  กูไม่หล่อ แต่กูแนวและติส  เรามันคนละทางกันว่ะ

 

ผมล้มตัวลงบนเตียงทีไม่ได้นอนมาร่วมเดือน  เออนุ่มดีกว้างด้วย ถ้านอนคนเดียว  เอาแล้วไง  ทงเฮ (คนอะไรวะชื่อทะเล) มันจะนอนไหนวะเนี่ย ไม่ให้นอนเตียงเดียวกันแน่ๆอะ   ไม่ทันได้ตัดสินใจอะไร เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ขัดจังหวะเหมือนละครน้ำเน่าช่อง SBS ไม่มีผิด 

 

มันจะยากอะไรกับการลุกไปเปิดประตู   ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคนที่ยืนอยู่หน้าประตูจะเป็นใคร   ทงเฮ  นั่นแหละที่ทำให้ยาก แต่ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว เอาวะ

ผมลุกไปเปิดประตูปุ๊บ ตามคาด  คนที่ได้เจอคือ

 

 

 

 

 

 

 

ยาม !  พ่อเมิงตายกูโคตรตื่นเต้น  ลุงยาม มาทำไมวะ

 

 

 

 

“ คะ คุณ อะ อึนฮยอกใช่มั๊ยครับ ” ลุงยามแก่ๆ ขยับแว่นแล้วมองลอดแว่นถามผม

 

“คับ ลุงมีอะไรหรือเปล่าคับ”   ผมยืนเกาพุงถามไปบ้าง อารามตกใจไม่ทันได้ใส่เสื้อ

 

“มะ มี พะ เพื่อนมาหาครับ”  คือลุงแกติดอ่าง ผมลุ้นจนปวดฉี่เลยว่ะกว่าจะหลุดมาแต่ละคำ

 

“อ่อ … คับ ไหนละคับ”  ผมเปิดประตูให้กว้างขึ้น เมื่อกี้แง้มไว้นิดๆ เงยหน้าขึ้นมาอีกทีลุงแกก็ขยับออกไปข้างๆแล้วเดินกลับไปที่ลิฟท์  ส่วนผมก็เจอกับ …..

 

 ไอ้เตี้ยที่ไหนวะ ยืนอยู่หน้าประตูแทน  หล่อตรงไหนวะเนี่ยโคตรเตี้ย(นึกในใจ) พอมันเงยหน้าขึ้นมาจากกระเป๋าใบยักษ์  โห แม่งทำไรมาหน้าโคตรจะใส อย่างนี้เค้าไม่เรียกหล่อแล้วว่ะ แถวบ้านเรียก น่ารัก สัดเอ๊ยยย ผมเผลอเอามือหยาบกร้านลูบหน้าตัวเอง แทบจะสลัดออกทันที หน้าผมกะไอ้เตี้ยนี่มัน Before and After ในโฆษณาโฟมล้างหน้า For Men ชัดๆ คงไม่ต้องให้เดาว่าใครก่อนหลัง

 

 

 “ทงเฮใช่ปะวะ เพื่อนซีวอน”  ในฐานะเจ้าของห้อง ผมเอ่ยทักไปก่อน

 

“อือฮึ หวัดดี อึนฮยอก”  มันตอบรับและจัดยิ้มหวานมาให้หนึ่งที  เออเมิงนี่มนุษยสัมพันธ์ดี จะได้อยู่กันยืด หรือเปล่าวะ

 

“ เฮ้ย เข้ามาดิ  ของเยอะปะ ช่วยขน ”  มันมาดีผมก็ดีกลับไป กะจะแสดงน้ำใจช่วยขนของ แต่ดูไปดูมามันมีแต่กระเป๋าใหญ่ๆใบเดียว กับกระเป๋าโน๊ตบุคเล็กๆอีกอัน

 

“ไม่เป็นไร มีแค่นี้แหละ” เห็นแบบนี้ผมเลยเปิดประตูจนสุด ให้ลากกระเป๋าเข้ามาง่ายๆ  

 

ไอ้เตี้ยในชุดกางเกงยีนส์กับเสื้อยืดสีดำ ก้าวเข้ามาในห้องอย่างระแวง เมิงไม่ใส่ชุดทหารมาด้วยเลยล่ะ มันปล่อยมือจากกระเป๋าแล้วถอดเสื้อฮูดสี้ส้มตัวนอกออกแต่งตัวจัดมากนะเมิงนี่  จัดว่าเยอะ  ตาก็มองไปรอบห้อง ตั้งแต่พื้นยันเพดาน เมิงจะสแกนหาอะไร ระวังจะเจองูนะเว้ย คือห้องกูรก กูเข้าใจ ไม่มีเวลาจัดว่ะ โทษที

 

“ห้องรกหน่อยนะ ไม่มีเวลาว่ะ งานยุ่ง”  เห็นมันทำหน้าไม่ดีเลยแถหาเหตุไปก่อน เอาตัวรอด

 

“อื้ม ไม่เป็นไร”  เหมือนมันจะแค่นยิ้ม ไอ้ไม่เป็นไรของเมิงนี่แอบด่ากูในใจแน่ๆ  กูรู้ทันหรอกนา

 

“เออ งั้นก็ตามสบาย ” 

 

แม่งเหมือนเดทแอร์ชั่วขณะ ผมก็ไม่ถนัดการเข้าสังคมซักเท่าไหร่ กูต้องทำอะไรต่อวะเนี่ย ไอ้เตี้ยก็ยืนเก้ๆกังๆแต่ก็ยังสแกนทรัพย์สมบัติของผมไม่เลิก เออไหนๆมาอยู่ด้วยกันแล้ว ผมจะบอกกติกาการอยู่ร่วมห้องกับ อึนฮยอก ที่ผมเพิ่งจะคิดขึ้นมาสดๆกับมันเลยแล้วกัน 

 

“เฮ้ยเมิงอะ นั่งก่อนดิ ”

 

มันตามผมมานั่งที่โซฟา ที่ผมเดินนำมาแหวกทางให้ก่อนแล้ว คือก่อนหน้ามันเต็มไปด้วยโมเดล และงานออกแบบที่ม้วนๆ กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นที่

 

“คือกูอะ เอ๊ย เราอะ ไม่เคยอยู่กับใครว่ะ แล้วก็บอกตามตรง ไม่ชินจริงๆที่ใครจะมาอยู่ด้วย แต่เอาวะไหนๆ ก็เลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องมีข้อตกลงกันหน่อยนะเว้ย ”

 

“เออ ว่ามาดิ”  มันแอบเหล่มาที่ผมหลายทีแล้ว ทำไมวะ  กูหน้าเหมือนญาติแถวมกโพบ้านเกิดเมิงหรือไง  ไอ้เตี้ยมันเป็นเด็กบ้านนอก อันนี้ไอ้ซีวอน มันเมาท์มาอีกที ผมก้มลงมองตัวเอง ไอ้ห่า กูใส่แค่บอกเซอร์ตัวเดียว เออช่างเหอะ  เดี๋ยวเมิงก็ชิน  ก่อนที่มันจะเสียเวลาไปมากกว่านี้ผมเลยอธิบายกฎการอยู่ร่วมกันให้มันฟัง ดังนี้

 

 

“ข้อแรก  คือกูอะพูดเพราะไม่เป็น กูขอพูดกับเมิงแบบเดียวกับที่พูดกับไอ้ซีวอนมันแล้วกัน  เอาเป็นว่าข้อนี้เมิงตกลงนะ

 

ต่อไปข้อสอง  กูไม่เคยปิดไฟตอนกลางคืน เมิงเห็นใช่ปะ คือทำงานทั้งคืนอะ เพราะงั้นถ้าเมิงจะนอนเมิงต้องแก้ปัญหาด้วยการหาที่ปิดตาเอาเอง เค๊

 

ข้อสาม  ถึงกูจะไม่ค่อยได้ใช้เตียง แต่กูก็ไม่ชอบให้ใครมานอนบนเตียงกู นั่นก็หมายความว่า ที่นอนของเมิง ก็คือตรงนี้ โซฟา กูยกให้ (เตี้ยๆแบบนี้นอนโซฟาก็พอ)

 

ข้อไหนแล้ววะ อ้อ สี่   เวลากูคิดงาน ห้ามทำเสียงรบกวนกูเด็ดขาด ไม่งั้นกูอาร์ตไม่ออก มีผลต่ออนาคต ถ้าเมิงจะต่อเนทเล่นเกม อย่าลืมอะ… หูฟัง 

 

ข้อห้า  กูคิดไม่ออกแล้วว่ะ  เอาเป็นว่าคิดอะไรออกเมื่อไหร่กูค่อยบอกเมิงละกัน “

 

ไอ้เตี้ยอ้าปากหวอ เมิงจะพูดอะไรมั๊ยล่ะ แต่กูหวังจะได้ยินแค่คำว่า

 

“เออ ตกลง ”  เฮ้ย คำนี้แหละ  เตี้ยแม่งว่าง่ายจริง

 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

TBC

 

 

 

 

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By POR on 2011-07-16 23:22

รีบมาต่อนะเมิง กำลังหนุก ฮาสัด !! 555

#2 By KantHae (119.46.251.131) on 2011-07-19 10:40