[SF] =Café au lait= #WONKYU - I
posted on 29 Jun 2011 01:51 by missmilletTitle Café au lait
Auther Millet
Pairing Siwon x Kyuhyun
…………………………………………………………………………….>>
“สายป่านนี้แล้ว ทำไมยังไม่มีลูกค้าซักคนล่ะทงเฮ” พนักงานใหม่ในชุดเสื้อเชิ๊ตสีขาว ที่มีหูกระตายสีดำเล็กๆผูกไว้ให้พอน่ารัก หยิบผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาล ข้างหน้าปักโลโก้รูปถ้วยกาแฟ พร้อมคำว่า café au lait ขึ้นมาสวม ออกปากถามไปด้วยความสงสัย
“คงเพราะฝนตกหนักเมื่อเช้าละมั๊ง” ทงเฮถือผ้าเช็ดกระจกเปิดประตูออกไปหน้าร้าน ไม่ลืมที่จะขยับป้ายสีขาวที่สลักอักษรสีฟ้าคำว่า OPEN ให้เข้าที่ ยกมือขึ้นป้องหน้าผากเงยหน้าขึ้นฟ้า ตาเล็กหรี่ลงอย่างอัตโนมัติเพราะแสงแดดอ่อนๆหลังฝนแยงตาเข้าให้
“ไม่ใช่ว่ามาทำงานวันแรกก็ทำเค้าเจ๊งหรอกนะ ถ้าวันนี้ขายไม่ได้จะทำไงละเนี่ย” ไม่ได้พูดเล่น แต่คิดจริงๆ ก็ไม่ใช่เพราะตัวเค้าเองหรือไงที่ทำเรื่องจนต้องถูกไล่ออกจากร้านอาหารจีนในเมือง โชคยังดีที่ทงเฮเพื่อนรักโทรมาว่ามีตำแหน่งงานว่างที่ร้านกาแฟชานเมืองแบบนี้พอดี หวังว่าคราวนี้จะไม่ทำให้ทงเฮซวยไปด้วยหรอกนะ
“คิดมากนา เดี๋ยวก็ต้องมีเชื่อสิ ” ทงเฮระบายยิ้มออกมาเต็มหน้า ไม่มีวี่แววกังวลเหมือนเพื่อนรักเลยซักนิด
“อย่างงั้นหรอ”
ในเมื่อยังไม่มีลูกค้าหลงเข้ามาซักคน ก็ฆ่าเวลาด้วยการเดินเช็ดโต๊ะทุกตัวทั่วร้าน ขยับเก้าอี้ให้เข้าที่ เป็นระเบียบเป๊ะทุกอย่าง และสาบานได้ว่าทำซ้ำเป็นครั้งที่สองแล้วก็ยังไม่มีใครมาอยู่ดี
÷¤— •·.·´¯`·.·• •·.·´¯`·.·• «·´`· ÷¤— •·.·´¯`·.·• •·.·´¯`·.·• «·´`· ÷¤— •·.·´¯`·.·• •·.·´¯`·.·•
“Café au lait ยินดีต้อนรับครับ” คยูฮยอนเงยหน้าขึ้นจากเคาท์เตอร์ทันที เมื่อได้ยินเสียงทงเฮกล่าวต้อนรับลูกค้ารายแรก ไม่ใช่สิกลุ่มแรกของวันต่างหาก
“เอาไง ลองเลยมั๊ยล่ะ” ทงเฮยื่นเมนูพร้อมกระดาษปากกาจดออเดอร์ให้คยูฮยอนได้ลองทดสอบฝีมือดูซักหน่อย
“นายก่อนดิ ตื่นเต้นอะ กลัวพลาด”
“ไม่ลองจะรู้ได้ไงเล่า ไปเลยยยยย”
“เอาไว้ลูกค้าคนต่อไปนะ สัญญาจะไปรับออเดอร์เอง ชงกาแฟเอง เสิร์ฟเองทุกอย่างเลย”
“เอางั้นนะ โอเค” ทงเฮเห็นเพื่อนกำลังตื่นเต้นเลยไม่อยากบังคับ ให้เวลาทำใจอีกหน่อยแล้วกัน
ในระหว่างที่ทงเฮออกไปรับออเดอร์จากกลุ่มพนักงานบริษัทสาวๆสามสี่คนที่เลือกที่นั่งติดกระจกมุมในสุดของร้าน คยูฮยอนจัดแจงเช็ดเคาท์เตอร์ เตรียมถ้วยกาแฟถาดรองรอไว้ ตวัดสายตาเพียงนิดเดียวก็เหลือบไปเห็นกระดาษโพสต์อิทสีฟ้าอ่อน มีข้อความเขียนไว้ว้า
คุณ ซีวอน
อเมริกาโน่ + มัฟฟินชอคโกแลต
คยูฮยอนหยิบขึ้นมาดู เลิกคิ้วสงสัยแล้วแปะกระดาษกลับไปที่เดิม หมอนี่ท่าทางจะกินเป็นอย่างเดียว ไม่ได้รู้จักมักจี่คนชื่อซีวอนอะไรนี่หรอกนะ แต่ถ้าถึงขั้นต้องจดเอาไว้แบบนี้แสดงว่าคงเป็นของโปรดของเจ้าของชื่อนี่แน่ๆ อย่าไปสนใจเลย
ทงเฮกลับมาหลังเคาท์เตอร์ตอนไหนทำไมเค้าไม่รู้ตัวเลยล่ะ กำลังจะช่วยหยิบจับแก้วคาปูชิโน่ร้อนใส่ถาดไม้ให้ แต่ทงเฮร้องห้ามไว้ก่อน
“นายชงอเมริกาโน่ตามสูตรในกระดาษนี่ แล้วเตรียมมัฟฟินสองชิ้นใส่กล่องไว้ด้วย”
“…….”
“ของคุณซีวอน” คยูฮยอนอ้าปากค้างไม่ทันได้ถามไถ่ ทำไมต้องชงตอนนี้ด้วย คุณซีวอนอะไรนั่นมาตอนไหนกัน ในร้านตอนนี้ก็มีแต่สาวๆกลุ่มนั้นนี่นา ถึงจะสงสัยแต่ตอนนี้ก็กำลังทำตามที่ทงเฮบอกอยู่
ทงเฮถือถาดเปล่ากลับมา คยูฮยอนก็ชงอเมริกาโน่เสร็จพอดี กำลังจะเทใส่แก้วเซรามิคสีขาวที่เตรียมไว้ ทงเฮก็ร้องห้ามอีกครั้ง
“ใส่แก้วแบบ Take home น่ะ” ไม่พูดเปล่ายื่นแก้วสำหรับใส่กาแฟร้อนแบบ Take home ที่ว่าให้เสร็จสรรพ
ระหว่างนี้ทงเฮจัดมัฟฟินชอคโกแลตสองชิ้นใส่กล่องกระดาษสีน้ำตาลอ่อน ผูกริบบิ้นสีน้ำตาลเข้มที่มีชื่อร้านสกรีนติดอยู่ เลื่อนกล่องมาวางตรงหน้าพนักงานมือใหม่
“ลูกค้าคนที่สอง ยกให้นายจัดการ”
“หือ” คยูฮยอนยังสงสัยไม่เลิก
“ของคุณซีวอน ที่ทำงานเค้าอยู่ตรงนั้น” ทงเฮชี้มือไปทางโฮมออฟฟิศอีกฝั่งถนน
“ต้องเอาไปส่ง” ทั้งที่พอจะเดาออก แต่ก็ยังจะทำหน้าสงสัย
“ถูก นายข้ามถนนไปแล้วขึ้นไปส่งกาแฟบนห้องทำงานเค้าได้เลย พนักงานที่นั่นคุ้นเคยกับร้านเราดีอยู่แล้ว แค่บอกว่ามาส่งกาแฟให้คุณซีวอน เดี๋ยวก็มีคนพาไปเองนะแหล่ะ”
“อาฮะ”
“อ้อ นายไม่ต้องเก็บเงินเค้าล่ะ สิ้นเดือนเราจะส่งบิลไปเก็บทีเดียว เข้าใจ๊”
“อื้ม เข้าใจแล้ว…. ไปเลยนะ”
“ลุยเลย ข้ามถนนระวังด้วยล่ะ”
÷¤— •·.·´¯`·.·• •·. ·´¯`·.·• «·´`· ÷¤— •·.·´¯`·.·• •·. ·´¯`·.·• «·´`· ÷¤— •·.·´¯`·.·• •·. ·´¯`·.·•
ทงเฮยืนยิ้มมองคยูฮยอนในเครื่องแบบพนักงานร้าน café au lait แบบเต็มยศ ขนาดผ้ากันเปื้อนยังไม่ยอมถอดออก แถมด้วยหมวกแก๊ปสีเดียวกันเพิ่มเข้าไปอีกเพื่อนของเขานี่น่ารักดีอย่างที่คุณเค้าว่าไว้จริงๆ เป็นเพื่อนกันมานานก็เพิ่งมาสังเกตนี่แหละ มิน่าล่ะ…. คิดแล้วก็อมยิ้มจนเกือบไม่ได้ยินลูกค้าคนใหม่เรียกขอเมนู
คยูฮยอนเดินข้ามถนนที่ออกจะโล่งพอสมควร ถึงจะใกล้เที่ยงแล้วก็ตาม แต่ที่นี่ไม่ใช่เขตเมืองรถราก็ไม่ได้วิ่งกันขวักไขว่ซักเท่าไหร่ แต่ยังไงก็แอบรู้สึกกลัวนิดๆ เคยแต่เสิร์ฟอาหารอยู่ในร้านไม่เคยต้องออกมาเดินส่งถึงที่แบบนี้นี่นา พยายามมองซ้ายมองขวายังไงก็ต้องระวังตัวเอาไว้ก่อน ไหนจะกาแฟแก้วใหญ่กับกล่องขนมนี่อีก นึกแล้วก็หมั่นไส้เล็กๆ เป็นเจ้าคนนายคนมันก็ดีอย่างนี้ จะกินอะไรแต่ละทีต้องให้ไปส่งถึงที หรือว่าแก่แล้วเดินไมไหวก็ไม่รู้ เหลือบมองตึกออฟฟิสตรงหน้า ถึงแม้จะไม่ใช่ตึกสูงระฟ้า แต่ก็ใหญ่โตโอ่อ่าไม่ใช่เล่น คนที่เป็นเจ้าของได้คงไม่ใช่คนหนุ่มอายุน้อยๆแน่นอน คิดได้แบบนี้ก็เดินตรงไปผลักประตูกระจกบานใหญ่ทันที
“สวัสดีฮะ มาจาก café au lait เอากาแฟมาส่งให้คุณ.. เอ่อ คุณซีวอนฮะ“ เกือบลืมชื่อแล้วมั๊ยล่ะ มัวแต่นินทาเขาในใจนานสองนาน
“อ้อ เชิญชั้น 5 ค่ะ เคาะประตูแล้วเข้าไปส่งได้เลยนะคะ เดี๋ยวจะโทรไปเรียนท่านให้ค่ะ” พนักงานต้อนรับสาวสวยโปรยยิ้มหวานให้ และไม่ลืมต่อสายไปบอกเจ้าของกาแฟให้เป็นที่เรียบร้อย
คยูฮยอนพยายามมองหาลิฟท์แต่ก็ไม่มีส่วนไหนของอาคารที่บ่งบอกว่าเป็นลิฟท์เลย เห็นก็แต่บันได ที่พอจะนำทางขึ้นไปชั้น 5 ได้ ยืดคอมองไปจนสุดทางแล้วก็เข่าอ่อนพิกล เจ้าของที่นี่นอกจากจะแก่แล้วยังงกอีกด้วย มีเงินสร้างตึกใหญ่โตกับอิแค่ลิฟท์ซักตัวยังไมได้ บ่นไปก็เท่านั้น รีบถือกาแฟกับกล่องขนมปีนขึ้นไปชั้นบนสุดจะดีกว่า
Managing Director
Choi Siwon
ป้ายสีทองหน้าห้องที่มีอยู่แค่ห้องเดียวบนชั้น 5 ที่คยูฮยอนยืนหอบอยู่ เขียนไว้แบบนี้ โอเคไม่ผิดแน่ เหนื่อยชะมัด เด็กหนุ่มขยับปีกหมวกขึ้นเอามือลูบหน้าตัวเองที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อย พยายามหายใจลึกๆเพื่อปรับจังหวะการหายใจที่ตอนนี้ออกจะเร็วและรุนแรงไปซักหน่อย
ก๊อก ก๊อก เคาะเพียงเบาๆเท่านั้น ก็มีเสียงจากด้านในเล็ดลอดออกมา
“ เชิญ ” ได้ยินแล้วรู้สึกเย็นยะเยือกจนบอกไม่ถูก ได้แต่คิดในใจว่าลุงคนนี้เสียงไม่เหมือนคนแก่ซักนิด
คยูฮยอนผลักประตูอย่างเบามือ ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองคนที่อยู่ในห้องเลย ปีกหมวกแก๊ปถูกขยับให้ลงมาปกปิดใบหน้าเข้าไปอีก ก้าวเท้าเข้าไปพอพ้นขอบประตูถึงได้กลั้นใจพูดออกไป
“กาแฟจาก café au lait ฮะ เอ่อ คับ ” ทำไมต้องตัวสั่นด้วยก็ไม่รู้ คยูฮยอนรู้สึกแต่เพียงว่าเหมือนทำอะไรผิดมา นึกแล้วก็โทษตัวเอง ไม่น่านินทาคนตรงหน้าตลอดทางเลย ร้อนตัวนึกเอาเองว่าคุณซีวอนล่วงรู้หมดแล้วว่าเค้าคิดอะไรไปบ้าง
“จะยืนตรงนั้นอีกนานมั๊ย” ซีวอนวางปากกาและปิดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะลง เพ่งมองพนักงานร้านกาแฟที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตู แถมยังก้มหน้างุด แต่ปลายจมูกโด่งรั้นที่โผล่พ้นปีกหมวกแก๊ปออกมาไม่บอกก็รู้ว่าเป็น คยูฮยอน ไม่ผิดตัวแน่
“เข้ามาสิ อ้อวางกาแฟไว้บนโต๊ะนั่นละกัน”
พอได้ยินแบบนี้คยูฮยอนจำต้องเงยหน้าขึ้นมามองเพราะสายตาเขาตอนนี้เห็นเพียงพื้นพรมสีเทาของห้องนี้เท่านั้น แล้วก็ต้องตกตะลึงเกือบทำตาโตเท่าไข่ห่าน ถ้าไม่ติดว่ามีของเต็มมือจะยกมือเล็กๆขึ้นมาทาบอกให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย คุณ ชเว ซีวอน หรือลูกชายของคุณ ชเว ซีวอนกันแน่ ผิดกับที่คาดไว้หน้ามือเป็นหลังมือ ชายหนุ่มวัยไม่น่าจะเกินสามสิบ จากการเพ่งพินิจด้วยสายตาที่เบิกกว้างของคยูฮยอนตอนนี้ ชุดสูทสีน้ำตาลอ่อนที่ไม่บอกก็รู้ว่าราคาต้องแพงมากแน่ๆ มันช่างเหมาะกับคนรูปร่างแบบเขาเสียจริง คำจำกัดความของคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานและกำลังสบตากันอยู่ตอนนี้คำเดียวเท่านั้น หล่อ คยูฮยอนหมายมั่นปั้นมือว่าซักวันเขาจะต้องใส่ชุดสูทเท่ห์ๆ แบบนี้บ้าง
มัวแต่คิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้ พยายามมองซ้ายขวา ก็เห็นชุดโซฟาดีไซน์หรูหราเข้ากันกับเฟอร์นิเจอร์อื่นๆในห้อง รีบเดินเอากาแฟและขนมวางไว้ แล้วรีบหมุนตัวเพื่อจะได้รีบออกจากห้องนี้ไปเสียเร็วๆ แต่มันคงเร็วไปหน่อย หันมาปุ๊บก็ชนเข้ากับอะไรก็ไม่รู้เพราะตอนนี้คยูฮยอนหลับตาปี๋ แต่กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจางๆที่กำลังลอยแตะจมูก ทำให้พอจะเดาได้ ซวยแล้ว
‘ทำไมเดินมาไม่ให้ซุ่มให้เสียง ’ คยูฮยอนได้แต่ค่อนขอดเจ้าของร่างสูงที่อยู่ใกล้กันแค่คืบในใจ วันนี้เขาต้องนินทาคนคนนี้ในใจกี่รอบแล้วนะ
“เจ็บรึเปล่า” ซีวอนเห็นเด็กหนุ่มยืนตัวแข็งทื่อ เลยเอื้อมมือไปจับตรงต้นแขนเบาๆ
“ปะ เปล่าฮะ” คยูฮยอนพยายามลืมตาอย่างยากลำบากเพียงเพื่อจะรีบตอบคำถามและคิดจะกล่าวลาเสียที
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” นอกจากจะยืนใกล้กันจนแทบจะหายใจรดกันอยู่แล้ว พูดเสร็จคุณซีวอนอะไรนี่ยังยิ้มเสียจนเห็นว่ามีลักยิ้มอยู่ตรงแก้มทั้งซ้ายขวา คยูฮยอนรู้สึกว่าถ้าไม่มีมือก็คงดีเพราะตอนนี้ไม่รู้ว่าจะเอาไปวางไว้ตรงไหน ลองขยับปีกหมวกก็แล้ว ถูกับผ้ากันเปื้อนที่เขาเองก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าสวมมันออกมานอกร้านด้วยก็แล้ว แต่คุณซีวอนก็ยังไม่ยอมเอามือที่จับแขนเขาไว้ออกไปเสียที
“งั้นผมขอตัวนะฮะ” ซีวอนยอมรับว่าเผลอตัวไปนิดหน่อย ในระหว่างที่เขาไม่ยอมปล่อยมือจากเด็กหนุ่มนั้น ก็ได้ลอบสังเกตใบหน้าที่เขาคิดเอาเองว่าหวาน แพขนตาที่ยาวระเรื่อยไปตามขอบตายิ่งกว่าเด็กผู้หญิง จมูกได้รูป กลีบปากแดงที่ออกจะซีดลงนิดหน่อย เด็กคนนี้น่ารักเหมือนตอนที่เห็นครั้งแรก ครั้งแรก ที่ร้านอาหารจีน
“อื้อ เชิญสิ ขอบใจมาก” ซีวอนลดมือลง ส่งยิ้มให้อีกครั้ง คยูฮยอนรู้สึกเหมือนหลุดออกจากกรง พร้อมจะโบยบินไปให้ไกลที่สุดทันที รู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ แต่คิดเท่าไหร่ก็เดาไม่ออกว่ามันคืออะไรกันแน่
ซีวอนมองตามเด็กหนุ่มที่รีบวิ่งออกไปตรงประตู แล้วก็อดยิ้มให้กับตัวเองอีกทีไม่ได้ ไม่รู้เพราะอะไรเขาถึงได้อยากเห็นคยูฮยอนทุกวันเหมือนตอนนี้ แต่จะให้ทิ้งบริษัทขับรถไปกินอาหารจีนในเมืองทุกวันก็คงไม่ไหว สู้ทำให้คยูฮยอนมาอยู่ใกล้ๆจะได้เห็นหน้ากันบ่อยเท่าที่ใจต้องการแบบนี้ง่ายกว่าเยอะ พนักงานร้านกาแฟคนเก่าที่อยากกลับไปทำงานใกล้บ้านในเมือง แลกกับพนักงานที่ทำให้แขกของร้านไม่พอใจแบบที่หาสาเหตุไม่ได้ก็คุ้มกันดีนี่ แถมเงินค่าจ้างให้กับแขกเรื่องมากสองคนในร้านอาหารจีนอีกนิดหน่อย คุ้มเกินคุ้ม
“ไปนานจัง” ทงเฮยืนยิ้มกริ่มอยู่หลังเคาท์เตอร์แซวอย่างรู้ทัน ป่านนี้คุณซีวอนจะทำอะไรเพื่อนของเขาไปถึงไหนแล้ว คยูฮยอนถึงกลับมาพร้อมแก้มที่แดงลามใบถึงหูขนาดนี้ แอบรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ร่วมมือกับเจ้านาย หลอกให้คยูฮยอนมาทำงานที่นี่สำเร็จ
“ข้ามถนนยากน่ะ รถมันเยอะ”
“หรอ” ทงเฮชะโงกออกไปมองนอกร้านก็เห็นนานๆทีรถถึงจะผ่านมาซักคัน แต่ก็ไมได้ซักอะไรต่อ ได้แต่ก้มลงไปกลั้นยิ้มไว้ก็เท่านั้น
“ยิ้มอะไรวะ” คยูฮยอนไม่ได้รู้สึกไปเองใช่มั๊ยว่ามันแปลกๆ ทำไมทุกอย่างมันไม่ปกติจนเขารู้สึกได้ขนาดนี้นะ
“เปล๊า… เหงื่อออกจะหมดตัวแล้วไปล้างตาล้างตาก่อนดีกว่ามั๊ย”
“อื้อ ดีเหมือนกัน ร้อนชะมัด” คยูฮยอนถอดผ้ากันเปื้อนออกวางโครมลงบนเคาท์เตอร์ รีบเดินหลบไปหลังร้าน
วันนี้ลูกค้าไม่ค่อยเยอะมาก พนักงานประจำร้านสองคนแทบจะว่างกันทั้งวัน จนบางครั้งคยูฮยอนถึงกับสัปหงกหัวแทบโขกเคาท์เตอร์ อยากรู้จริงๆเจ้าของร้านที่นี่เอาเงินที่ไหนจ้างพนักงานกันนะ แล้วอย่างนี้งานที่นี่จะมั่นคงหรือเปล่า สงสัยคยูฮยอนต้องไปเล็งร้านอาหารแถวนี้แอบรับจ๊อบเสิร์ฟตามที่เขาถนัดเสียแล้ว คิดแผนชั่วได้ไม่เท่าไหร่ก็ถูกทำลายลงเพราะทงเฮเอาแก้วกาแฟเคาะหัวเสียนี่
“เก็บร้านเถอะ ฝนใกล้ตกแล้ว ปิดร้านเลยแล้วกัน”
“มันยังไม่ถึงเวลาไม่ใช่หรอ เจ้าของร้านเค้าไม่ว่าเราหรือไง ไม่อยากโดนไล่ออกนะ”
“ไม่ว่าหรอกนา โทรไปบอกเค้าให้แล้ว วันนี้มีนัดกับฮยอกแจด้วย ต้องรีบไปน่ะ นายจะไปด้วยกันมั๊ย” คยูฮยอนรู้ดีว่าเพื่อนชวนไปตามมารยาทเท่านั้น สองคนนั้นเป็นแฟนกัน จะให้เขาไปนั่งเป็นก้างขวางคอได้ไงกันล่ะ
“ นายไปเถอะ ”
÷¤— •·.·´¯`·.·• •·. ·´¯`·.·• «·´`· ÷¤— •·.·´¯`·.·• •·. ·´¯`·.·• «·´`· ÷¤— •·.·´¯`·.·• •·. ·´¯`·.·•
ปิดร้านแล้วทั้งสองคนก็แยกย้าย คืนนี้ทงเฮคงจะค้างที่บ้านฮยอกแจ ก่อนกลับที่พักคยูฮยอนเลยนึกถึงแผนชั่วร้ายที่เขาคิดไว้ ไปตระเวนหาอะไรกินแถวนี้ดูดีกว่า เผื่อมีร้านอาหารขาดพนักงานจะได้ขอชิ่งมาทำซะเลย บอกตามตรงไม่ค่อยชอบทำงานร้านกาแฟเท่าไหร่มันไม่ชิน เดินลัดเลาะไปตามซอยเล็กๆ เหมือนเป็นศูนย์รวมร้านอาหารนานาชาติเลยทีเดียว ร้านซูชิ ร้านราเมน ร้านอาหารเกาหลีแบบต้นตำหรับ ร้านที่ขายเฉพาะโซจูกับของมึนเมา ร้านอาหารจีนก็ยังมี
ถึงแม้จะมีประสบการณ์ไม่ดีที่ร้านเก่าเรื่องที่เขาถูกไล่ออก ถึงตอนนี้ก็ยังงงไม่หายว่าทำผิดเรื่องอะไรถึงขั้นต้องโดนไล่ออกกลางคันแบบนั้น บอกใครคงจะเสียเครดิตน่าดู เอาเป็นว่ามีแค่ทงเฮเท่านั้นแหละที่เขายอมเล่าให้ฟัง แต่เห็นร้านอาหารจีนแบบนี้ก็คิดถึงงานเก่า ลองเข้าไปทำทีว่าเป็นลูกค้าดูก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร
คยูฮยอนเดินดุ่มๆเข้าไปในร้าน พนักงานสาวใส่กี่เพ้าสีแดงที่แม้แต่เขาเองก็อดจะมองต้นขาขาวจั๊วที่โผล่พ้นออกมาจากรอยผ่าของชุดยามเดินเยื้องย่างตรงรี่เข้ามาหาไม่ได้
“ กี่ที่คะ ”
“สองครับ” ไม่ใช่คยูฮยอนที่เป็นคนตอบ แต่เป็นร่างสูงในชุดสูทสีน้ำตาลอ่อนที่ชิงตอบแบบไม่ปรึกษาคนที่ยืนงงอยู่ตอนนี้เลยซักนิด
“ทางนี้ค่ะ” พนักงานคนสวยผายมือนำทางไปยังโต๊ะติดกระจกด้านซ้าย
“ไปสิ ยืนตรงนี้เกะกะคนอื่นเค้านะ” ถึงจะงง แต่คยูฮยอนก็เดินตามพนักงานไปพร้อมกับชายหนุ่มรูปหล่อที่เดินตามหลังเขามาติดๆ
พนักงานหยิบเมนูอาหารวางไว้ และเดินจากไปปล่อยให้ลูกค้าได้ตัดสินใจซักครู่
“คุณมาได้ไงฮะ”
“เดินมา”
“ไม่ใช่ ผมหมายความว่า คุณ คุณทำแบบนี้ทำไม”
“ก็คุณเป็นคนถามผมเองว่า มาได้ไง ผมเดินมา ก็ถูกแล้วนี่”
“โอเค ผมผิดเอง ผมไม่อยากกินร้านนี้แล้ว ขอตัวนะฮะ”
“ร้านนี้ของคุณหรือไงผมถึงมากินด้วยไม่ได้ แล้วเห็นมั๊ยคนเยอะขนาดนี้ เรารู้จักกันแล้วนั่งโต๊ะเดียวกัน จะได้เหลือที่ให้คนอื่นๆด้วยไง ไม่ดีหรอ ” ซีวอนร่ายยาวไม่เปิดโอกาสให้อีกคนที่อ้าปากจะพูดต่อหลายทีได้พูดเลย
“ใครจะไปรู้” คยูฮยอนรู้สึกเหมือนโดนบังคับ ไม่ชอบใจนักที่จู่ๆคุณซีวอนก็มาทำแบบนี้ เรารู้จักกันแล้ว เหรอ! ตอนไหนกัน แค่ไปส่งกาแฟครั้งเดียวนี่นับเป็นคนรู้จักได้ยังไง แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อมองไปรอบร้านก็เห็นด้วยกับคุณซีวอนจนอยากจะพยักหน้าหงึกๆ คนแน่นร้านอย่างที่เขาบอกจริงๆด้วย
“ตอนนี้รู้แล้วนี่ อยากกินอะไร สั่งสิ คยูฮยอน ผมเลี้ยงเอง” คยูฮยอนหมั่นใส้ท่าทางอวดรวยของคนตรงหน้าเหลือเกินอยากจะหยิบตะเกียบมาจิ้มให้ตาหลุด ตั้งแต่นั่งมาก็เอาแต่มองมาตลอด จะมองให้ละลายไปตรงนี้เลยหรือไง แล้วเอ๊ะรู้จักชื่อเขาได้ยังไงกัน
“ต่างคนต่างจ่ายดีกว่านะฮะ คุณซีวอน” ถึงแม้จะเป็นแค่พนักงานร้านกาแฟต๊อกต๋อยเต่าถุย แต่ก็ไมได้เห็นแก่ของฟรีเสมอไปหรอกนะ
“เอาเป็นว่าผมเลี้ยงต้อนรับพนักงานใหม่ก็แล้วกัน เราต้องทำงานร่วมกันอีกนานนะ ผมชอบดื่มกาแฟทุกวัน ทงเฮบอกว่าคุณจะเป็นส่งกาแฟให้ผม ทุกวัน จริงมั๊ย”
ถึงบางอ้อเสียที เจ้าเพื่อนรักอีทงเฮเองหรอที่เป็นคนบอกชื่อเขากับคุณซีวอน ตอนนี้คยูฮยอนทั้งโกรธทั้งแค้นจนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ ทั้งที่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะโกรธเรื่องอะไรดี แต่ดูเหมือนเขาจะแพ้ทางให้กับคุณซีวอนเสียแล้ว จะลุกหนีไปตอนนี้เดี๋ยวจะหาว่าเขาไม่แน่จริง จะนั่งต่อก็อึดอัดเสียจนอยากเอาตะเกียบอันเมื่อกี้จิ้มคอตัวเองตายลงตรงนี้
“ถ้าไม่สั่ง งั้นผมสั่งเองก็แล้วกัน คุณชอบกินอะไร เสี่ยวหลงเปา เต้าหู้ หรือเกี๊ยว ”
คยูฮยอนยังไม่ยอมพูดอะไรซักคำ คุณซีวอนอยากทำอะไรก็ทำไปก็แล้วกัน นั่งมองลอดผ่านผนังกระจกออกไปนอกร้านอยู่ซักพัก อาหารจีนหลายจานก็ถูกนำมาเสิร์ฟ เป็นของโปรดของคยูฮยอนทั้งนั้น จนต้องกลืนน้ำลายดังเอื๊อก ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนทำงานที่ร้านอาหารจีนรับรองว่าเขาได้กินบ่อยเสียจนเอือมไปเลย แต่ตั้งแต่ย้ายมาที่นี่ก็มีวันนี้นี่แหละที่จะได้ลิ้มลองอีกครั้ง คยูฮยอนเผลอหยิบตะเกียบขึ้นมาอย่างลืมตัว จนทำให้คุณซีวอนที่นั่งมองอยู่เผลอยิ้มให้เช่นเดียวกัน
“คุณคงหิวแล้ว งั้นเรามาเริ่มกันเลย”
“คุณบอกเองนะว่าจะเลี้ยง งั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะ”
เมื่อความหิวเข้าครอบงำศักดิ์ศรีที่มีอยู่น้อยนิดของพนักงานร้านกาแฟต๊อกต๋อยจึงขาดผึงลงทันที น้ำย่อยในกระเพาะมันเรียกร้อง เสี่ยวหลงเปาลูกแล้วลูกเล่าถูดยัดลงท้องอย่างต่อเนื่อง เกี๊ยวน้ำชามใหญ่ก็ถูกฟาดจนเกือบหมด อาหารจำพวกผัดและทอดอีกหลายอย่าง ที่ถูกคยูฮยอนจัดการจนเรียบ ตอนนี้ก็เหลือบัวลอยน้ำขิง กับรากบัวเชื่อมตรงหน้า ไม่นานนักสองอย่างก็ย้ายลงกระเพาะของคยูฮยอนไปได้ไม่ยาก
“อ่า อิ่มจังฮะ” คยูฮยอนวางถ้วยบัวลอยลงพร้อมกับเอามือลูบท้องที่แน่นตึงจนตะขอแทบปริ
ซีวอนนั่งมองเด็กน้อยตรงหน้ามีความสุขกับอาหารจีนแล้วก็ยิ้มไม่หุบ วันนี้เขายิ้มเยอะเป็นพิเศษ เด็กคนนี้ยิ่งน่ารัก
“อร่อยหรือเปล่า”
“อื้ม ก็….ใช้ได้” คยูฮยอนพูดตามความจริง อาหารที่นี่อร่อยสู้ร้านเก่าที่เขาทำงานไมได้เลย ที่กินไปเยอะแยะนี่เพราะหิวหรอกนะ แถมฟรีด้วย เลยลืมตัวไปหน่อย
“อื้อ ก็ร้านนี้มันร้านนอกเมืองนี่เนาะ จะสู้ร้านดีๆในเมืองได้ยังไงกัน คุณว่าจริงมั๊ย”
“แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายหรอกนะฮะ” คยูฮยอนกลัวคนเลี้ยงจะน้อยใจ เลยต้องตบหัวแล้วลูบหลังซักหน่อย
“ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่”
“…….” คยูฮยอนไม่รู้จะตอบว่าอะไร ได้แต่ก้มหน้าหัวเราะแหะๆ
“คุณอิ่มแล้ว เรากลับกันเถอะ”
“ห๊ะ…… เรา ”
“ก็เราไง เรามาด้วยกัน ก็กลับด้วยกัน ” ซีวอนกวักมือเรียกพนักงานให้มาเก็บเงิน หน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ของเขาตอนนี้ ทำให้คยูฮยอนอยากเอาเท้าแกล้งกระทืบใต้โต๊ะแบบไม่รู้ไม่ชี้บ้าง
ทั้งสองคนออกมายืนหน้าร้านพร้อมกัน แต่คยูฮยอนกำลังจะสาวเท้าออกจากหน้าร้านให้เร็วที่สุด เพราะถึงยังไงเขาก็ไม่ยอมกลับกับคุณซีวอนนี่หรอก ข้าวฟรีมื้อนี้เขาก็ไม่ได้เป็นคนขอร้องให้เลี้ยงซะด้วย เรื่องอะไรจะยอมทำตาม เอาไว้ชดใช้หนี้บุญคุณกันด้วยวิธีอื่นก็แล้วกัน
“ฝนจะตกแล้ว ยังจะเดินกลับอีกหรอ” ฟ้าฝนไม่เป็นใจให้คยูฮยอนจริงๆเลย เมื่อเช้าก็ตกหนักจนเกือบไม่มีคนเข้าร้านกาแฟ ถึงตอนนี้ยังจะตกลงมาให้เขาเดินกลับบ้านไม่ได้อีก เอาสิ อยากตกลงมาหนักแค่ไหนก็เชิญเลย เดินตากฝนกลับบ้านมันจะแปลกอะไร
“ผมอยากเดินตากฝน”
“พูดอะไรออกมา ไม่สบายจะทำยังไง อย่าดื้อนา บอกว่าจะไปส่งไงล่ะ ขึ้นรถเถอะ”
“ผมถามจริงๆ ทำไมคุณชอบมายุ่งกับผมนัก”
“ก็ ชอบ เลยยุ่งไง” ซีวอนไม่เชื่อตัวเองเหมือนกันว่าพูดออกไปจริงๆ ดูเหมือนว่าความดื้อของคนตรงหน้าทำให้เขาอดรนทนไม่ไหว ถ้าไม่รักไม่ชอบจะมาตามอยู่แบบนี้มั๊ย จะลงทุนวางแผนบ้าบอแบบนั้นทำไม รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเฒ่าหัวงูคอยลอกล่อเด็กให้มาติดกับแล้วเคี้ยวเล่นยังไงไม่รู้ แต่จะบอกไว้เลยว่ากับ คยูฮยอน เขาไมได้คิดจะหลอกเล่นแน่ๆ เขาจีบใครไม่เก่งจนอายุป่านนี้แล้ว ก็ยังไม่มีแฟนซักคน ถ้าไม่ทำแบบนี้ ก็คิดไม่ออกจริงๆ ว่าจะได้มายืนคุยอยู่กับคนที่เขาชอบตั้งแต่แรกเห็นได้ยังไง
“คุณต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ คุณซีวอน”
“ถ้าคุณจะคิดอย่างนั้น”
“คุณชอบผม ทั้งๆที่เราเพิ่งเคยเจอกันก็วันนี้เนี่ยนะ ไม่นิยายไปหน่อยหรือไง”
“ยิ่งกว่านิยาย ”
“คุณพูดอะไรของคุณ ขอทางด้วยฮะ ผมจะกลับ”
“เชิญ” คยูฮยอนแปลกใจกับท่าทางที่ยอมง่ายๆแบบนั้นของซีวอน ก็เมื่อกี้ยังบังคับให้เขาขึ้นรถเสียให้ได้ แถมยังมาบอกว่าชอบเขาอีก เล่นตลกอะไรกันแน่ คนรวยนี่ชอบทำอะไรแปลกๆแบบนี้หรือไง น่าหงุดหงิดจริง
คยูฮยอนไม่อยากสนใจคนบ้านี่อีกต่อไปแล้ว พรุ่งนี้เขามีงานต้องทำ ฝนก็เริ่มตกลงมาแล้วด้วย รีบกลับและหนีให้พ้นๆคุณซีวอนนี่ดีกว่า ในขณะที่กำลังพยายามเอามือบังเม็ดฝนที่ตกลงมาเรื่อยๆจนเจ็บหน้าไปหมด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นเดิมเมื่อตอนเที่ยงปะทะจมูกอีกครั้ง หันไปก็เจอกับหน้าหล่อๆ ที่ตอนนี้เปียกไปด้วยเม็ดฝนเช่นเดียวกับเขา เสื้อเชิ๊ตสีขาวซับน้ำจนเปียกชุ่มลู่ไปตามมัดกล้ามแน่นตึง เสื้อสูทสีน้ำตาลที่พยายามยกขึ้นมากันฝนให้เขาตอนนี้ก็เปียกไม่แพ้กัน
“คุณจะทำอะไร”
“เดินไปส่งไง”
“คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ ผมกลับเองได้ อยากเปียกหรือไง”
“ใช่ เปียกด้วยกันนี่แหละ”
“คนบ้า!!!”
“คุณพูดถูก ผมกำลังบ้า”
สองคนตะโกนแข่งกันท่ามกลางฝนฟ้าที่ตกลงมาหนักหน่วง ยิ่งอีกคนเดินหนี อีกคนก็วิ่งตามอย่างไม่ลดละ ห้องพักของคยูฮยอนต้องเลี้ยวขวาตรงแยกหน้า แล้วต้องข้ามทางม้าลายไปอีกฝั่งถนน นับว่าไกลพอสมควร และยิ่งไกลมากขึ้นอีกเมื่อต้องเดินหนีทั้งคนบ้าและฝนฟ้าที่กระหน่ำลงมา จนแทบมองทางไม่เห็น
“เมื่อไหร่คุณจะเลิกตามผมสักที”
“ก็ไมได้ตาม จะไปส่งไง”
“โรคจิตจริงๆ”
“คุณเดินช้าๆหน่อยสิ เปียกหมดแล้ว หวัดกินกันพอดี”
“พูดยังกับเสื้อคุณมันกันฝนได้อย่างงั้นแหละ”
“ถ้าคุณยอมให้ผมขับรถมาส่ง เราจะมาเปียกกันแบบนี้มั๊ย”
“ใครใช้ให้คุณตามมาล่ะ”
“โอเค ผมยอมแพ้แล้ว เดินช้าๆหน่อย ผมไม่ชอบข้ามถนน”
“เห๊อะ ตัวก็โต กลัวกะอิแค่ข้ามถนนหรอ”
“ไม่ได้กลัว ไม่ชอบ”
คยูฮยอนเห็นลู่ทางที่จะหนีรอดจากคนบ้าที่เดินตากฝนตามเขามาจนเกือบจะถึงที่พักเขาอยู่แล้ว พอเห็นรถว่างเขาจึงรีบวิ่งข้ามถนนโดยไม่รอคนข้างๆ ทั้งที่สัญญาณไฟจราจรยังไม่เปิดให้คนข้ามด้วยซ้ำ ซีวอนลนลานเพราะร่างปราดเปรียวที่อุตส่าห์เดินตามมาติดๆหายไปอยู่อีกฝั่งอย่างรวดเร็ว จริงๆแล้วเขากลัวการข้ามถนนที่สุด เคยแต่เป็นคนขับไม่เคยต้องมาหลบรถราบนถนนแบบนี้ แต่ก็ทำใจดีสู้เสือ พยายามวิ่งข้ามถนนตามไป จนได้ยินเสียงแตรบีบไล่อื้ออึงไปหมด
ในที่สุดซีวอนก็วิ่งไล่ตามจนทัน และทั้งสองคนก็มายืนอยู่หน้าอพาร์ทเมนท์ที่พักของคยูฮยอนด้วยร่างกายเปียกโชกไม่ต่างกัน
“คุณกลับไปได้แล้ว”
“ฝนตกหนักขนาดนี้ คุณยังจะไล่กันอีก ใจร้ายมากนะ”
“ถ้าจะยืนอยู่ตรงนี้ต่อ ก็เรื่องของคุณ”
คยูฮยอนรีบย้ายร่างเปียกปอนของตัวเองเดินตรงไปที่ลิฟท์ทันที
÷¤— •·.·´¯`·.·• •·. ·´¯`·.·• «·´`· ÷¤— •·.·´¯`·.·• •·. ·´¯`·.·• «·´`· ÷¤— •·.·´¯`·.·• •·. ·´¯`·.·•
TBC.
เอ่อ ฮาา วิ่งเข้าป่าเหมือนทุกที สองตอนจบ
แต่งเรื่องโบสถ์ไม่ออก ได้เรื่องนี้มาแทน กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

แล้วทำไมต้อง 2 ตอนจบ กรูไม่ชอบรออ 555+
#1 By NutchY (58.8.40.224) on 2011-06-29 07:57