[SF] 83Line - Daily
posted on 04 Mar 2011 11:32 by missmillet| Title - 83line - daily Auther - Millet Pairing - 83line ............................................................................... อ๊า!! โคตรง่วงเลย ผมเป็นคนนอนไม่เป็นเวลา นึกอยากนอนตอนไหนก็นอน แถมอยากกินตอนไหนก็กิน เป็นไงล่ะทุกวันนี้ไม่อยากจะโดนถ่ายรูปซักเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนเลี่ยงไม่ได้ กี่พันรูปเข้าไปแล้วกับคอนเสิร์ตที่ผ่านมา โอเคถึงมันจะดูดีอยู่ แต่ขอร้องเถอะ บางรูปโคตรอ้วนเลย ให้ตาย วันนี้มีงานแต่เช้า อู้ก็ไม่ได้ซะด้วย เคยใช้สิทธิ์อู้อย่างเป็นทางการไปแล้วตอนงานเปิดตัว super show 3 3D ก็ตอนนั้นหน้าเหมือนศพเดินได้ ผมเลยเนียนปล่อยให้อีทึกไปกับเจ้าสองคนนั้น ไอ้พวกยูนิตเอ็มไปจีนกันหมดนี่นา นักข่าวไม่มีตัวเลือกในการโฟกัสมากนักหรอก รับรองผมต้องอุบาทสุดๆในงานนั้นแน่ๆ คิดแล้วก็สยอง แต่งานนี้เลี่ยงไม่ได้สินะ อ๊า!! เอาเถอะข้าวยำเกาหลีในงาน คงทำให้ผมหายคิดถึงรยออุคไปได้บ้าง เจ้าพวกนั้นเพิ่งจะไปจีนกันอีกแล้ว หอเลยโคตรจะโล่ง D- a- i- l- y “ฮีชอลอ่า เสร็จรึยัง” ไม่ต้องทายให้ปวดหัว อีทึกร้องเรียกผมอยู่หน้าห้อง “เสร็จแล้วนา อย่าเร่งสิ” ผมหยิบสูทสีดำพาดแขนเอาไว้เปิดประตูออกมา “ ง่วงหรอ ” ไม่น่าถาม “เจ้าพวกนั้นน่ะสิ ชวนคุยเกือบเช้า นี่ถ้าไม่ติดว่าต้องบินไปจีน คงไม่ยอมนอนกัน” “คิดถึงเนาะ เฮ้อไม่พูดแล้ว รีบไปกันเถอะ” อีทึกนายอย่าทำแบบนี้ พวกมันไมได้หายไปไหนซักหน่อย เดี๋ยวก็เจอกันแล้ว เจ้าพวกนั้นน่ะ … โอเค ผมก็คิดถึงพวกมันจะตาย ถึงได้ยอมคุยด้วยจนถึงเช้าไงล่ะ “ไปเถอะ” ผมดึงมืออีทึกแล้วรีบลากออกไปที่ลิฟท์ เฮ่ย เมื่อกี้มัวแต่คุยโน่นนี่ สูทลายสก๊อตนี่มัน.. มัน ทำไมต้องเนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้วขนาดนี้วะ บ้าเอ๊ย ไม่มองแล้วก็ได้ บางทีอีทึกก็ทำผมใจสั่นบ่อยเกินไป “หยุดทำไมหรอ” บอกจะไม่มอง แต่ก็พลาดจนได้ “อ่อ .. กำลังนึกว่าลืมอะไรหรือเปล่า เออ ช่างเถอะ” โคตรจะไม่เนียน แต่อีทึกนะเหรอจะรู้อะไร โอเคไปกันได้ซักที “มืออุ่นจนร้อนเลย เป็นไรหรือเปล่า” อีทึกบีบมือผมเบาๆระหว่างรอลิฟท์ ร้อนเลยหรอ ผมไม่รู้ตัวหรอก แรงยังไม่มีจะยืนอยู่แล้ว “ ไม่หรอก ชั้นมันร้อนแรงนายน่าจะรู้ดีนี่ หึหึ ” พูดบ้าอะไรไปก็ไม่รู้แล้วตอนนี้ “ยังมาพูดเล่นอีก หรือจะกินอะไรก่อนดี ยังพอมีเวลานะ เอามั๊ย” “เดี๋ยวเราก็ได้กิน นายบอกเองไม่ใช่หรอว่าวันนี้งานที่เราไปมีกินฟรี” “มันกินเหมือนอยู่บ้านได้ที่ไหนกันเล่า รยออุคทำข้าวผัดกิมจิไว้เต็มเลย น่าจะรองท้องซักหน่อย ดีมั๊ย” “ไม่เอาอะ จะเก็บไว้กินตอนดึกๆ เดี๋ยวก็ไม่มีใครมาทำให้กินแล้ว กลัวมันหมดจะตาย” ถ้าหิวขึ้นมาตอนดึกจะกินอะไรเล่า รยออุคไม่อยู่แบบนี้ ใครจะลุกมาทำให้กินกัน “อ่า เอางั้นหรอ ไหวแน่นะ ล้มกลางงาน ตัวใครตัวมันละกัน” กล้าพูดแบบนี้หรอ จองซู “กล้าดียังไงจองซู หือออออ ลิฟท์มาแล้วไปซักที” ผมลากคออีทึกเข้าไปในลิฟท์ หมั่นใส้อยากจะทำอะไรซักอย่าง แต่ในหัวมันตื้อบอกไม่ถูก เออ ฝากไว้ก่อน “อ๊า !!!” อีทึกกัดฟันร้องเบาๆ หึ ลองเสียงดังสิ D- a- i- l- y อีทึกบอกว่าวันนี้จะกินเหมือนอยู่ที่บ้านได้ยังไง แต่เชื่อมั๊ย ผมลืมคำนั้นไปเลย มันอร่อยมากจริงๆ กินข้าวออกสื่อ มันเหมือนจะเกร็งในช่วงแรก แต่ชินดงมันทำให้ผมรู้สึกว่า เออถ้าหิวนักก็กินเข้าไปเถอะ ดูเอาแล้วกันมันน่ากินจริงๆ @Heedictator BIBIMBOP http://yfrog.com/h5xtwhpj รับรองได้งานนี้ผมไม่อู้แน่ เห็นหรือเปล่าตั้งใจขนาดไหน เดี๋ยวทุกคนคงเห็นได้จากรูป สื่อมากันเยอะเหมือนทุกทีที่มีการปรากฏตัวของ คิมฮีชอล ผมคิดว่าอย่างนั้น แต่การยืนนานๆหลายชั่วโมง ก็ทำให้เหนื่อยได้เหมือนกัน อีทึกนายน่ะ ยิ้มตลอดเวลาได้ไงกันวะ ตอนนี้ผมเริ่มไม่มีแรงแล้ว วันนี้ไม่ค่อยปกติจริงๆ เฮ้ยไม่นา ไม่อยากจะสรุปให้เร็วไปว่าวันนี้ ป่วย จริงๆ “ตัวร้อน” อีทึกกระซิบข้างหูผมเบาๆตอนงานใกล้เลิกและเรากำลังจะกล่าวลา “ไม่หรอกมั๊ง ” ถึงจะรู้สึกเหมือนที่อีทึกบอก แต่ก็ไม่อยากจะป่วยจริงๆหรอกนะ “กลับไปรีบนอนเลยนะ อย่าให้รู้ว่าเล่นเกม” “นายห้ามได้หรอ เกมน่ะ ไม่ใช่เพราะเกมรึไง เราถึง ….” อีทึกมือไวไปหรือเปล่า ตีแขนทำไมวะ โอ๊ย!! “ เป็นห่วง ” พูดแบบนี้ได้ไง ผมก็เลยไปไม่เป็นเลย เอาน่าจะกลับไปงีบซักหน่อยละกัน อีทึกยังมีอีกงานที่ต้องไป ชินดงกับเยซอง ยังจะไม่กลับหอตอนนี้ เหลือผมคนเดียว จริงๆผมแพลนไว้ว่าจะไปรออีทึกที่งานแล้วค่อยกลับพร้อมกัน นอนในรถตู้ก็สบายดีออก แต่ถ้าอีทึกจะไล่กันขนาดนี้ผมกลับเลยก็ได้วะ D- a- i- l- y หอเงียบ ~ เงียบมากที่สุดในรอบหลายเดือน คืนก่อนผมยังนั่งดูทีวีกับทงเฮจนเช้าอยู่เลย ทงเฮยังนั่งแต่งเพลงไตเติ้ลให้ซุกิระจนเสร็จด้วยนะ นึกถึงตอนอึนฮยอกจัดกระเป๋าแล้วก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงพวกนั้น อึนฮยอกนายน่ะทำให้อีทึกของชั้นหงอยไปเลยนะ รู้ไว้ซะด้วย รยออุคเดินมาบอกก่อนไปสนามบินว่าทำข้าวผัดกิมจิไว้เยอะเลย นี่กะให้ผมอ้วนจริงๆใช่มั๊ย อ่า นายนะผอมจะตาย ที่จีนอาหารอร่อยๆเยอะแยะ นายก็ยัดมันลงท้องให้เยอะๆล่ะ ซองมินนายนอนกับใครก็อย่ากรนอีกล่ะ มันทำให้คนอื่นนอนไม่หลับ เจ้าบ้าเอ๊ย ผมรู้สึกว่า อยากไปเซี่ยงไฮ้ซะตอนนี้เลย ผมแค่อยากไปประเทศจีน ไม่เกี่ยวกับเจ้าพวกนั้นหรอกนะ หลังจากผมเซทรูปนี้ขึ้นเป็น screen saver ของโทรศัพท์ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหลับไปตอนไหน ผมไม่รู้จริงๆ ว่านอนไปนานเท่าไหร่ จนกระทั่ง รู้สึกถึงอะไรซักอย่างสั่นอยู่ข้างตัว อ๊า ทำไมถึงมึนไปหมดแบบนี้ -SBS PD – “ฮัลโหล” “ฮีชอล นายอยู่ไหน YS ใกล้เริ่มแล้วนายทำอะไรอยู่ ” “โอ๊ยพี่ ตายล่ะ ผมนอนหลับเพิ่งตื่น จะรีบไปครับ ” “อ่า รีบมาเลย นายไม่เป็นไรใช่มั๊ย เสียงแย่ๆนะ” ผมรีบกดตัดสาย PD ของ YS แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปทันที เชื่อมั๊ยล่ะ ผมหลับทั้งชุดสูทสีดำนั่น มึนหัวมากแถมไข้ขึ้นอีกต่างหาก แต่ทำไงได้ คิมฮีชอลยังสตรีท รายวิทยุทีมีคนรอฟังเป็นหมื่น ยังไงก็ต้องไปให้ทันให้ได้ ถึงตึก SBS อย่างเฉียดฉิว มาถึงก็เข้ารายการเลย สคริปต์นะเหรอช่างมันเถอะ สาบานได้ว่าทุกครั้งที่จัดรายการมา ผมไม่เคยพูดอะไรในสคริปต์เลย แล้วแม่ผมจะมาดูรายการทำไมวันนี้กันนะ แม่รู้มั๊ยวันนี้ผมไม่สบาย อีทึกชั้นป่วย นายเห็นรึเปล่า~ “พี่ทำอะไรเนี่ย” “ยื่นหน้าเข้ามาสิ แม่นายจะได้เห็นชัดๆ” โอเค แม่คงเห็นหน้าผมเต็มจอไปแล้ว หน้ามึนๆของผมวันนี้คงเต็มทวิตเตอร์แน่นอน อีทึกได้ดูอยู่หรือเปล่า ดูสิเนี่ยชั้นไม่สบายจริงๆด้วย รายการจบลงแล้ว วันนี้ไม่มีแรงจะเต้นอะไรทั้งนั้น ท่าเต้น Too perfect ของเจ้าพวกนั้นไม่เห็นสนุกเลย สู้ ออเรนท์ คาราเมลก็ไม่ได้ โอ๊ยยผมคัดจมูกไปหมด
ผมจะบ้าตาย หอที่มีผมนอนป่วยอยู่คนเดียวมันไม่สนุกเลย หวังว่าอีทึกจะอ่าน sms ที่ผมส่งไปเร็วๆ สุกิระจบจะได้รีบกลับมาซักที ผมที่เกลียดการกินยาตอนนี้กำลังยัดยาลดไข้กับน้ำแก้วใหญ่ลงกระเพาะ เพราะสิ่งที่เกลียดยิ่งกว่าเจ้ายาบ้าๆนี่ คือโรงพยาบาล อากาศมันหนาวไปหรือผมกำลังจะตายกันแน่ ผมถึงรู้สึกว่าทั้งร้อนทั้งหนาวในเวลาเดียวกันแบบนี้ แย่ชะมัด รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก นี่มันกี่โมงแล้วเนี่ย อีทึกนายจัดสุกิระเสร็จหรือยัง ทำไมยังไม่กลับมาซักที Muah!!! อ่า Kiss radio จบพอดีนี่นา เยซองชั้นหลอนเสียงจูบของนายจริงๆ คราวหลังให้อีทึกทำคนเดียวได้มั๊ยวะ -_- rokkugo! rokkugo! rokkugo! marhaemar! rokkugo! rokkugo! rokkugo! marhaemar!! Jungsu ^^ อีทึกโทรมา !!! “ฮัลโหลลล” “ฮีชอล โอเคมั๊ย เพิ่งอ่าน sms ล่ะ” “นี่ชั้นส่งไปเป็นชาติแล้วนายเพิ่งอ่านมันหรอ ทึกกี้นายรีบมาได้แล้ว” “กำลังไป นายโอเคมั๊ย ยังไม่ตอบเลยนะ” “ถ้านายมาถึงเลยตอนนี้ ชั้นก็จะยังไม่ตาย” “พูดอะไรเนี่ย จะรีบไปเดี๋ยวแหละ” “เร็วๆเลยนะ ปวดหัวจะแย่แล้ว” อีกเป็นชั่วโมงกว่าอีทึกจะมาถึง ผมรู้สึกหิวมาก อยากออกไปอุ่นข้าวผัดของรยออุคกินซะเลยตอนนี้ แต่ร่างกายมันไม่ยอมทำตามที่อยากทำ ผมลุกไม่ไหวเอาดื้อๆ ทำไงได้ สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดตอนนี้คือ นอนรอ ลมหายใจยังร้อนจนรู้สึกได้ ผมไม่รู้หรอกว่าตัวผมร้อนไปด้วยหรือเปล่า ไม่ป่วยแบบนี้มานานแล้ว ไม่นึกเลยมันจะทรมานขนาดนี้ ผ้าห่มที่ห่มจนถึงคอนี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะช่วยได้นานแค่ไหน ทึกกี้ นายรีบมาเดี๋ยวนี้ ชั้นจะตายอยุ่แล้ว วว ว !! D- a- i- l- y “ฮีชอล….. ฮีชอลอ่า” “อื้อ มาแล้วหรอ ทำไมช้านักล่ะ” “อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ ตัวร้อนขนาดนี้เลยหรอ” อีทึกเอามือลูบไปมาทั่วหน้าผมไปหมด “อื้อ ไม่รู้ ” อีทึกส่ายหน้า แล้วรีบลุกออกไป ซักพักกลับมาพร้อมผ้าขนหนูเย็นเฉียบ ที่ถูกลากถูไปมาบนหน้า แขน แล้วก็ลามไปถึงข้างในเสื้อผมด้วย มันเย็นจนสะดุ้ง เลยล่ะ แน่นอน รู้สึกสบายขึ้นเยอะ “ดีขึ้นมั๊ย” “นี่นายเช็ดตัวหรือถูพื้นกันแน่เนี่ย” “อ่า ก็มันตกใจนี่ ทำไมปล่อยให้ใข้ขึ้นขนาดนี้ได้” “ไม่รู้อะไรทั้งนั้น หิว หาอะไรให้กินด้วย” “ลุกไหวก็ตามออกมา” “จะไหวได้ยังไง นี่คนป่วยนะ ” อีทึกไม่แม้แต่จะหันมามอง โอเคผมต้องฝืนลุกตามออกไปนอกห้อง ไปถึงก็พบว่าบนโต๊ะมีข้าวผัดกิมจิ ที่ถูกอุ่นไว้แล้วกับซุปอีกหนึ่งถ้วย ดึกๆแบบนี้ ข้าวผัดฝีมือรยออุค มันก็ไม่เลวหรอก จริงๆแล้วมันอร่อยมากต่างหาก “กินนี่ไปก่อนนะ ตอนขับรถกลับมามันรีบไปหน่อย คิดไม่ออกว่าต้องซื้ออะไรให้นายกิน” “นายรีบมาก็ดีแล้วนี่ ” ข้าวผัดมันอร่อยจริงๆ ผมกำลังยัดเข้าปากอย่างมีความสุข “มองอะไร คนจะกินข้าว ” “มองคนกินข้าว ” เออ ยิ้มอยู่ได้ น่าเอาตะเกียบจิ้มตาจริงๆ “กินยานี่ด้วย ไข้จะได้ลด” “รู้แล้วนา ยานี่เม็ดใหญ่ชะมัด” ขณะที่ผมกำลังกล้ำกลืนฝืนกินยาลดไข้สองเม็ดเป้ง ๆอย่างโคตรทรมาน โทรศัพท์ของอีทึกก็ดังขึ้น ใครกันวะโทรมาป่านนี้ “อ๊า อึนฮยอกหรอ” “ทึกฮยอง นอนกันรึยัง” เจ้านี่ไปไม่ทันไร งอแงคิดถึงเกาหลีล่ะสิ “ยัง พี่เพิ่งกลับมาน่ะ พวกนายทำอะไรกันอยู่ ทำไมไม่พักกันล่ะ…… อ๊า ฮีชอล นาย ……” “นี่ๆ ดึกแล้วพวกนายไปนอนกันสิ โทรกันมาทำไม ไปๆๆ” ผมดึงโทรศัพท์จากมืออีทึกมาคุยบ้าง “อ๊า !! พี่ฮีชอล ทำไมเสียงพี่เป็นแบบนี่ล่ะ ” “ก็ไม่สบายนะสิ นี่พวกนายยังจะโทรมากวนกันอีกหรอเนี่ย” อึนฮยอกขอคุยบ้างสิ “ ฮีชอลฮยอง ไม่สบายหรอฮะ เป็นอะไรมากหรือเปล่า อ๊า ต้องเพราะไมได้นอนคืนก่อนแน่ๆ ” “ทงเฮหรอ อื้อไข้หวัดน่ะ มึนหัวไปหมด ” “พี่ดูแลตัวเองนะฮะ แล้วเจอกันวันศุกร์ รีบหายนะฮะ” “อ่า ว่าจะป่วยต่ออีกวัน ” “ทำไมละฮะ ….. อ้ออออ ฮ่าๆๆๆ” ทงเฮหัวเราะร่วน เกทเร็วรู้ใจผมจริงๆ “โอ๊ยยยยย!!” อีทึกเอาตะเกียบตีแขนผมแล้วแย่งโทรศัพท์กลับไปซะก่อน ผมยังไมได้คุยกับรยออุคเลยนะ ได้ยินเสียงแว่วๆ “ทงเฮ นี่พี่นะ พวกนายนอนกันได้แล้ว เดี๋ยวก็ทำงานไม่ไหวหรอก แล้วค่อยเจอกัน” “โอเคฮะ ฝากดูแลพี่ฮีชอลด้วยนะฮะ” ฮิ้ววววว !! ทึกฮยองป้อนข้าวพี่ฮีชอลด้วยนะคับ อ๊า!!! พี่ฮีชอลป่วยการเมืองหรือเปล่าเนี่ยยยย!! กินข้าวผัดผมให้หมดด้วยนะฮะ ~ MY God !! พี่ฮีชอล เกทเวลซูนฮะ พระเจ้าคุ้มครองนะครับ ~ ……… “พี่คิดถึงพวกนายทุกคนนะ” อีทึกคงคิดถึงพวกนั้นมากจริงๆ เอาน่า เดี๋ยววันศุกร์จะพาไปหาแล้ว ทึกกี้ นายอย่าเหงา เลยนะ นายต้องดูแลชั้นจำไม่ได้หรือไง คยูฮยอน แกหาว่าชั้นป่วยการเมืองหรอ ถึงเซี่ยงไฮ้เมื่อไหร่ แกตายยยยยย!!!!!!!!!!!!!!!!!! Never ending story~ TalK กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก *วิ่งเข้าป่า* |
Tags: 83line, fiction, heechul, leeteuk, sf, sj, superjunior5 Comments




อ่านเรื่อยๆ
อยากจะตามคนเขียนเข้าป่าไปด้วยอีกคน
ดูฮาเฮและกลมเกลียกันดีเนาะหอนี้
อ่านแล้วสดชื่นมีแรงนั่งทำงานต่อเลยค่ะ
ขอบคุณสำหรับฟิกนะคะ
#1 By kazuho (182.53.24.225) on 2011-03-04 16:36