[SF] ChulWook - Piano Sonata -1
posted on 17 Feb 2011 00:10 by missmilletPiano Sonata
ผมเป็นครูสอนเปียโนมาแปดปี โรงเรียนที่เปิดอยู่ก็พอมีชื่อเสียง เอาเป็นว่า บรรดาค่ายเพลงไอ้ที่ดังๆในเกาหลีเนี่ย ส่งไอดอลมาเรียนถึงที่ก็หลายคน ผมเองก็ไม่ใช่คนดีนักหรอกนะ สอนเปียโนเพราะรักและชอบเครื่องดนตรีชนิดนี้ แต่จะให้มาอ่อนโยน นุ่มนวลเหมือนเสียงเปียโนตลอดเวลานั้นก็ไม่ใช่นิสัยผมอีกหละ อย่ามาคาดหวังอะไรกับผมเชียว เพราะคุณจะผิดหวัง
“ฮีชอล ที่โรงเรียนเป็นไงบ้างลูก” แม่ผม ที่นานๆทีจะโทรหากัน คำถามแรกเป็นแบบนี้เนี่ยนะ
“ก็ดีคับ ” แล้วผมต้องตอบอะไร ก็มันดี อื้อ แค่นั้นล่ะ
“แล้วลูกยุ่งหรือเปล่า” แม่ผมควรพูดออกมาเลยว่าต้องการอะไร เป็นแม่ลูกกันมาจะสามสิบปีแล้วคิดว่าผมไม่รู้จักแม่หรือไงกันนะ
“แม่อยากให้ทำอะไรก็บอกมาเถอะ อันที่จริงผมก็ไม่ได้ว่างมากนักหรอก”
“เอ่อ ถ้าตารางสอนของลูกไม่ยุ่งนัก คือว่า แม่… เอ่อ” ผมเบื่อแม่ที่เป็นแบบนี้ที่สุดล่ะ
“ผมเคยบอกแม่ไปแล้วไงว่า ยังไงก็ไม่สอน เด็กเค้าไม่ได้อยากเรียนจริงๆ ผมไม่สอนให้หรอกนะ”
“น้องอาจจะอยากเรียนจริงๆก็ได้ นะ เห็นแก่แม่ซักครั้งเถอะฮีชอล ”
กี่ครั้งแล้วที่ผมโดนแม่ตื๊อเรื่องนี้ คิมเรียวอุค ญาติห่างๆ เด็กข้างบ้าน ลูกของเจ้าหนี้แม่ เด็กมหาลัยปีหนึ่ง หรืออะไรก็ตามแต่ เชื่อมั๊ย ผมเกลียดชื่อนี้สุด
-fingers-
ผมหยุดยืนมองป้ายหน้าโรงเรียนซักพัก ก่อนจะผ่อนลมหายใจยาวๆ ยาวแบบที่ไม่เคยทำมาก่อนในรอบหลายปี ไม่น่าเลยจริงๆ ไม่น่าหลวมตัวไปรับปากอะไรพล่อยๆ ออกไป ผมเกลียดการเผชิญหน้าแบบนี้ที่สุด
ผมไขประตูเปิดโรงเรียนตามปกติ รูดผ้าม่านที่ล้อมรอบผนังกระจกของห้องชั้นล่างสุดจนหมด แสงแดดตอนสายๆส่องเข้ามากระทบกับแกรนด์เปียโนหลังใหญ่เงาวับ ผมเคยชินกับภาพแบบนี้มาแปดปี บางทีมันก็เหมือนจะน่าเบื่อ แต่ผมคงชินกับอะไรแบบนี้ไปแล้ว เลยคิดเอาเองว่า นี่แหละ คือความสุข ของผู้ชายวัยใกล้จะสามสิบ~
วันนี้ไม่เหมือนแปดปีที่ผ่านมา
ติ๊ง..ต่อง~
ผมค่อนข้างจะแปลกใจอยู่ซักเล็กน้อยกับเสียงนี้ กริ่งหน้าประตูไม่เคยดังมานานเท่าไหร่แล้วนะ เอาหละมีคนออกไปดูแทนผมแล้ว วันนี้ตารางสอนผมอยู่ช่วงบ่ายทั้งหมด แล้วทำไมผมต้องมาที่นี่ตั้งแต่เช้ากันเนี่ย คิดถึงสาเหตุแล้วก็รู้สึกเหมือนจะปวดท้องตลอดเวลา อ่า!! อย่าบอกนะว่าเจ้าเด็กนั่นมาถึงแล้ว
“ไม่เห็นป้ายหรือไงว่าห้ามจับ” ผมออกมาดูหน้าเด็กเจ้าปัญหาคนนี้ซักหน่อย มาถึงมันก็ทำเรื่องเลยมั๊ยละ
“ป้ายเล็กไปนี่ฮะ ผมมองไม่เห็น” แทนที่จะทำความเคารพผมเป็นอันดับแรก ยังจะมาเชิดคอเถียง
“สวัสดี คุณคิมเรียวอุค” ผมคงต้องทักเองมั๊งนะ
“หวัดดีฮะ คุณคิมฮีชอล” จะใช้ภาษากันเองตั้งแต่กันครั้งแรกเลยหรือไง
“ถ้าไม่มีความเคารพกันในฐานะที่ชั้นอายุมากกว่า ก็กรุณาเรียกชั้นว่าครูด้วย”
“คุณถือด้วยหรอฮะ อ่า ขอโทษจริงๆฮะ ฮีชอลฮยอง”
“รู้สึกว่าชั้นจะเป็นแค่ครูสอนเปียโนของเธอ”
“อ่า อย่างงั้นหรอฮะ ก็ได้ฮะ คุณครูฮีชอล” เด็กนี่เก่งในการยั่วโมโหคนหรือไงนะ สารภาพว่าผมอยากจะฉีกมันเป็นชิ้นๆซะตอนนี้
“พ่อนายบอกหรือเปล่าว่าสามวันหลังจากนี้ ถ้านายทำไม่ได้ตามหลักสูตร คลาสจะถูกยกเลิกทันที”
“ฮะ แล้วไงต่อ”
“นายไม่ได้รักเปียโนจริงๆ”
“คอย ดูละกันฮะ” ไอ้หน้าเล็กๆ ที่ยืนเถียงกับผมอยู่นี่มันเป็นใครกันวะ ถึงได้กล้าดีขนาดนี้ ผมควรจัดการทุกอย่างได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ แต่วันนี้ผมรู้สึกได้ว่ามันล้มเหลว
ผมรู้สึกว่าต้องไปสงบสติ อารมณ์ซักหน่อย น้ำเย็นแก้วใหญ่กำลังไหลลงสู่ลำคอ ต่อด้วยแก้วที่สองทันที ดีขึ้น~ แต่ยังไม่หาย ผมแกะฟรอยด์สีเงินที่ห่อชอคโกแลตรูปสี่เหลี่ยมอันเล็กๆออก แล้วยัดมันเข้าปากไปอีกสองอัน รสหวานจัดและความกรุบกรอบของเม็ดอัลมอลต์ข้างใน ทำให้ผมหายใจสะดวกขึ้น
ใช่ ผมโกรธ ~
“จะเล่นอีกนานมั๊ย ” ไม่เคยมีใครกล้าแตะของส่วนตัวผมมาก่อน เด็กนี่นับเป็นคนแรก และบอกตามตรงผมไม่ชอบเอามากๆ
“กระเป๋าคุณสวยดี ซื้อทีไหนหรอฮะ ถนนคนเดินที่ไหนซักที่ ถ้าจะให้ผมเดา”
“ชั้นต้องตอบหรือไง เกี่ยวกับการที่นายจะผ่านหลักสูตรเปียโนขั้นต้นหรือเปล่า”
“ผมก็แค่…. ชวนคุยน่ะฮะ เผื่อเราจะสนิทกันเร็วขึ้นไง”
“ไม่จำเป็น”
การเริ่มต้นระหว่างผมกับ………. ลูกศิษย์คนใหม่ไม่ราบรื่นเลยอย่างที่เห็น ผมอยากให้ทุกอย่างจบลงให้เร็วที่สุด วันนี้ตลอดช่วงสายถึงบ่ายโมงเลยหมดไปกับการทำให้เด็กนั่นรู้จักเครื่องดนตรี ที่เรียกว่า เปียโน ถึงแม้ผมต้องใช้ความอดทนอย่างมาก แต่ก็อดแปลกใจกับท่าทีของเด็กนั่นไม่ได้
นี่ไม่ใช่ครั้ง แรกที่ผมสอนเค้า หลายปีก่อน เด็กนั่นไม่เคยทำให้ผมรู้สึกได้เลยซักครั้งว่าจะเรียนเปียโนได้ ผมไม่ชอบการยัดเยียด ถ้าไม่ได้อยากเรียนจริงๆ ก็ไม่ควรมาที่นี่ ผมถึงได้ปฏิเสธพวกลูกคนรวยที่อยากจะเรียนเปียโนเพื่อหน้าตาทางสังคมมาตลอด แน่นอน คิมเรียวอุค คือหนึ่งในนั้น ท่าทางเหมือนถูกพ่อแม่บังคับมาในตอนนั้น ต่างจากการไล่นิ้วไปบนคีย์เปียโนเมื่อชั่วโมงที่แล้วลิบลับ
เด็กนั่นอยากเรียนจริงๆอะหรอ~
“ทำไมทำหน้าแบบนั้น” เรียวอุคที่นั่งหน้ามุ่ยมองเหม่อออกนอกกระจกมาหลายนาทีแล้วทำเอาผมแปลกใจ
“เปล่าฮะ แค่คิดอะไรนิดหน่อย”
“คิด……มี เรื่องอะไรต้องคิด” ผมจับหน้าเรียวอุคให้หันมา ปัดผมหน้าม้าที่เริ่มยาวจนเกือบปิดนัยน์ตาสีใสขึ้น น้ำตาเริ่มไหลออกมาจากดวงตากลมโตนั้น ผมไม่เข้าใจเหตุการณ์ตรงหน้าซักเท่าไหร่ รู้เพียงแต่ว่า ผมต้องหยุดน้ำตาของเด็กคนนี้ให้ได้
“ถ้าจะร้องก็ต้องมีเหตุผลสิ จริงมั๊ย”
“มันแค่เรื่องงี่เง่านะฮะ พี่อย่าสนใจเลย”
ผมดึงมือทั้งสองของเรียวอุคมากุมไว้เบาๆ เรื่องงี่เง่าที่ว่า มันทำให้ผมเจ็บปวดทุกครั้ง ถ้าจะพูดว่าใครงี่เง่า คนคนนั้นก็คือผมเอง
“Piano Sonata” เรียวอุคจำได้ทันที หลังจากที่ผมเล่นไปเพียงไม่กี่ตัวโน๊ต รอยยิ้มบนแก้มใสเริ่มกลับมา แต่ความหม่นเศร้าในดวงตาไม่เคยหายไปเลย ให้ตายสิ ผมไม่ชอบแบบนี้เลย
“พี่จะเล่นเปียโนให้นายฟังจนกว่านายจะเบื่อไปเลย แต่อย่าร้องไห้อีกเลยนะ”
“เพราะจังฮะ”
อื้อมันเพราะมากจริงๆนะแหละ ~
การมานั่งรอตั้งแต่เช้าของเรียวอุค สร้างความหงุดหงิดให้ผมจนได้ ท่าทางปั้นจิ้มปั้นเจ๋อ ทำหน้าใฝ่รู้ซะเต็มประดา คนที่เป็นครูควรดีใจสินะ แต่มันไม่ได้ผลสำหรับผม
“สวัสดีฮะ ครูฮีชอล วันนี้เราต้องเริ่มไล่ตัวโน๊ตกัน ผมพูดรึเปล่าฮะ”
“ถูก แต่นั่นเป็นสิ่งที่ชั้นต้องพูด”
“อ่า..” เอามือมาเกาหัวแล้วพูดออกมาแค่นี้ น่ารักตายชักล่ะ เด็กบ้า
“ทานอะไรตอนเช้าหน่อยมั๊ยฮะ” เด็กนี่นึกจะทำอะไรก็ทำ ล้วงแครกเกอร์ในกระเป๋ายื่นมาทางผมห่อนึง แล้วก็นั่งแกะกินเองอีกห่อ กินแครกเกอร์ตอนเช้า นายคิดว่าชั้นอายุเท่าไหร่กัน
“นายกินไปคน เดียวเหอะ เสร็จแล้วก็รีบตามมา” ผมยกกาแฟดำที่เหลือขึ้นดื่มทีเดียวหมดแก้ว แล้วต้องรีบย้ายตัวเองออกจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด อึดอัด~
“คุณ..นิ้วสวยจังฮะ”
“ไม่เกี่ยวกับที่นายกำลังเรียนอยู่”
“มันดูเหมาะกับคีย์เปียโนดีนะฮะ” ผมเคยคิดว่าตัวเองเป็นคนดื้อ แต่ดูเหมือนจะเจอคนที่ดื้อกว่า ไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ
“หึ แล้วนายคิดว่าตัวเองเหมาะหรือเปล่าล่ะ” ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่ผมพูดผิดตรงไหน แต่เจ้าเด็กนั่นสิทำหน้าเหมือนโดนใครตบหน้าอย่างนั้นแหละ จะรอดูแล้วกันว่าจะได้ซักกี่น้ำ
เวลาสองวันสำหรับผม ไม่เคยรู้สึกว่ามันช้าขนาดนี้มาก่อน จะดีใจมากที่สุดถ้าพรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้ายระหว่างผมกับ คิมเรียวอุค
ช่วงบ่ายของวันนี้ผมตัดสินใจงดคลาสทั้งหมด ฝนที่ตกลงมาอย่างบ้าคลั่งขนาดนี้ ใครที่ไหนก็ไม่อยากออกจากบ้านทั้งนั้นล่ะ นอกจากผมที่ออกมาก่อนอยู่แล้ว ดีเหมือนกัน ฝนตกหนัก อากาศเย็นสบาย ผมคงต้องแต่งเพลงซักหน่อย
ครืน….นนน เปรี้ยง ……งงง!!!!!
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!!!
ผมวางมือจากคีย์เปียโน หันไปตามเสียงนั่น เสียงฟ้าฝนข้างนอกดังเกินไป จนผมไม่แน่ใจว่ามีใครมาเคาะประตูอยู่หรือเปล่า ถ้าจำไม่ผิดผมโทรไปบอกลูกศิษย์ทุกคนหมดแล้วล่ะนะ
แล้วข้างนอกนั่นใครกันล่ะ~
ร่างเล็กๆเปียกชุ่มด้วยน้ำฝน ล้มลงมาข้างในทันทีเมื่อผมเปิดประตู ร่างไรสติอ่อนปวกเปียกกำลังกองอยู่ตรงหน้าผมเลือดจางๆ ไหลออกมาจากหัวทุย ผมไม่กล้าคิดว่าเค้าจะยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า ผมคงไม่ตกใจขนาดนี้ ถ้าเจ้าของร่างนี้จะไม่ใช่…..ไม่ใช่
คิมเรียวอุค!
TBC~
...........................................................................................
“ฮีชอล ที่โรงเรียนเป็นไงบ้างลูก” แม่ผม ที่นานๆทีจะโทรหากัน คำถามแรกเป็นแบบนี้เนี่ยนะ
“ก็ดีคับ ” แล้วผมต้องตอบอะไร ก็มันดี อื้อ แค่นั้นล่ะ
“แล้วลูกยุ่งหรือเปล่า” แม่ผมควรพูดออกมาเลยว่าต้องการอะไร เป็นแม่ลูกกันมาจะสามสิบปีแล้วคิดว่าผมไม่รู้จักแม่หรือไงกันนะ
“แม่อยากให้ทำอะไรก็บอกมาเถอะ อันที่จริงผมก็ไม่ได้ว่างมากนักหรอก”
“เอ่อ ถ้าตารางสอนของลูกไม่ยุ่งนัก คือว่า แม่… เอ่อ” ผมเบื่อแม่ที่เป็นแบบนี้ที่สุดล่ะ
“ผมเคยบอกแม่ไปแล้วไงว่า ยังไงก็ไม่สอน เด็กเค้าไม่ได้อยากเรียนจริงๆ ผมไม่สอนให้หรอกนะ”
“น้องอาจจะอยากเรียนจริงๆก็ได้ นะ เห็นแก่แม่ซักครั้งเถอะฮีชอล ”
กี่ครั้งแล้วที่ผมโดนแม่ตื๊อเรื่องนี้ คิมเรียวอุค ญาติห่างๆ เด็กข้างบ้าน ลูกของเจ้าหนี้แม่ เด็กมหาลัยปีหนึ่ง หรืออะไรก็ตามแต่ เชื่อมั๊ย ผมเกลียดชื่อนี้สุด
-fingers-
ผมหยุดยืนมองป้ายหน้าโรงเรียนซักพัก ก่อนจะผ่อนลมหายใจยาวๆ ยาวแบบที่ไม่เคยทำมาก่อนในรอบหลายปี ไม่น่าเลยจริงๆ ไม่น่าหลวมตัวไปรับปากอะไรพล่อยๆ ออกไป ผมเกลียดการเผชิญหน้าแบบนี้ที่สุด
ผมไขประตูเปิดโรงเรียนตามปกติ รูดผ้าม่านที่ล้อมรอบผนังกระจกของห้องชั้นล่างสุดจนหมด แสงแดดตอนสายๆส่องเข้ามากระทบกับแกรนด์เปียโนหลังใหญ่เงาวับ ผมเคยชินกับภาพแบบนี้มาแปดปี บางทีมันก็เหมือนจะน่าเบื่อ แต่ผมคงชินกับอะไรแบบนี้ไปแล้ว เลยคิดเอาเองว่า นี่แหละ คือความสุข ของผู้ชายวัยใกล้จะสามสิบ~
วันนี้ไม่เหมือนแปดปีที่ผ่านมา
ติ๊ง..ต่อง~
ผมค่อนข้างจะแปลกใจอยู่ซักเล็กน้อยกับเสียงนี้ กริ่งหน้าประตูไม่เคยดังมานานเท่าไหร่แล้วนะ เอาหละมีคนออกไปดูแทนผมแล้ว วันนี้ตารางสอนผมอยู่ช่วงบ่ายทั้งหมด แล้วทำไมผมต้องมาที่นี่ตั้งแต่เช้ากันเนี่ย คิดถึงสาเหตุแล้วก็รู้สึกเหมือนจะปวดท้องตลอดเวลา อ่า!! อย่าบอกนะว่าเจ้าเด็กนั่นมาถึงแล้ว
“ไม่เห็นป้ายหรือไงว่าห้ามจับ” ผมออกมาดูหน้าเด็กเจ้าปัญหาคนนี้ซักหน่อย มาถึงมันก็ทำเรื่องเลยมั๊ยละ
“ป้ายเล็กไปนี่ฮะ ผมมองไม่เห็น” แทนที่จะทำความเคารพผมเป็นอันดับแรก ยังจะมาเชิดคอเถียง
“สวัสดี คุณคิมเรียวอุค” ผมคงต้องทักเองมั๊งนะ
“หวัดดีฮะ คุณคิมฮีชอล” จะใช้ภาษากันเองตั้งแต่กันครั้งแรกเลยหรือไง
“ถ้าไม่มีความเคารพกันในฐานะที่ชั้นอายุมากกว่า ก็กรุณาเรียกชั้นว่าครูด้วย”
“คุณถือด้วยหรอฮะ อ่า ขอโทษจริงๆฮะ ฮีชอลฮยอง”
“รู้สึกว่าชั้นจะเป็นแค่ครูสอนเปียโนของเธอ”
“อ่า อย่างงั้นหรอฮะ ก็ได้ฮะ คุณครูฮีชอล” เด็กนี่เก่งในการยั่วโมโหคนหรือไงนะ สารภาพว่าผมอยากจะฉีกมันเป็นชิ้นๆซะตอนนี้
“พ่อนายบอกหรือเปล่าว่าสามวันหลังจากนี้ ถ้านายทำไม่ได้ตามหลักสูตร คลาสจะถูกยกเลิกทันที”
“ฮะ แล้วไงต่อ”
“นายไม่ได้รักเปียโนจริงๆ”
“คอย ดูละกันฮะ” ไอ้หน้าเล็กๆ ที่ยืนเถียงกับผมอยู่นี่มันเป็นใครกันวะ ถึงได้กล้าดีขนาดนี้ ผมควรจัดการทุกอย่างได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ แต่วันนี้ผมรู้สึกได้ว่ามันล้มเหลว
ผมรู้สึกว่าต้องไปสงบสติ อารมณ์ซักหน่อย น้ำเย็นแก้วใหญ่กำลังไหลลงสู่ลำคอ ต่อด้วยแก้วที่สองทันที ดีขึ้น~ แต่ยังไม่หาย ผมแกะฟรอยด์สีเงินที่ห่อชอคโกแลตรูปสี่เหลี่ยมอันเล็กๆออก แล้วยัดมันเข้าปากไปอีกสองอัน รสหวานจัดและความกรุบกรอบของเม็ดอัลมอลต์ข้างใน ทำให้ผมหายใจสะดวกขึ้น
ใช่ ผมโกรธ ~
“จะเล่นอีกนานมั๊ย ” ไม่เคยมีใครกล้าแตะของส่วนตัวผมมาก่อน เด็กนี่นับเป็นคนแรก และบอกตามตรงผมไม่ชอบเอามากๆ
“กระเป๋าคุณสวยดี ซื้อทีไหนหรอฮะ ถนนคนเดินที่ไหนซักที่ ถ้าจะให้ผมเดา”
“ชั้นต้องตอบหรือไง เกี่ยวกับการที่นายจะผ่านหลักสูตรเปียโนขั้นต้นหรือเปล่า”
“ผมก็แค่…. ชวนคุยน่ะฮะ เผื่อเราจะสนิทกันเร็วขึ้นไง”
“ไม่จำเป็น”
การเริ่มต้นระหว่างผมกับ………. ลูกศิษย์คนใหม่ไม่ราบรื่นเลยอย่างที่เห็น ผมอยากให้ทุกอย่างจบลงให้เร็วที่สุด วันนี้ตลอดช่วงสายถึงบ่ายโมงเลยหมดไปกับการทำให้เด็กนั่นรู้จักเครื่องดนตรี ที่เรียกว่า เปียโน ถึงแม้ผมต้องใช้ความอดทนอย่างมาก แต่ก็อดแปลกใจกับท่าทีของเด็กนั่นไม่ได้
นี่ไม่ใช่ครั้ง แรกที่ผมสอนเค้า หลายปีก่อน เด็กนั่นไม่เคยทำให้ผมรู้สึกได้เลยซักครั้งว่าจะเรียนเปียโนได้ ผมไม่ชอบการยัดเยียด ถ้าไม่ได้อยากเรียนจริงๆ ก็ไม่ควรมาที่นี่ ผมถึงได้ปฏิเสธพวกลูกคนรวยที่อยากจะเรียนเปียโนเพื่อหน้าตาทางสังคมมาตลอด แน่นอน คิมเรียวอุค คือหนึ่งในนั้น ท่าทางเหมือนถูกพ่อแม่บังคับมาในตอนนั้น ต่างจากการไล่นิ้วไปบนคีย์เปียโนเมื่อชั่วโมงที่แล้วลิบลับ
เด็กนั่นอยากเรียนจริงๆอะหรอ~
“ทำไมทำหน้าแบบนั้น” เรียวอุคที่นั่งหน้ามุ่ยมองเหม่อออกนอกกระจกมาหลายนาทีแล้วทำเอาผมแปลกใจ
“เปล่าฮะ แค่คิดอะไรนิดหน่อย”
“คิด……มี เรื่องอะไรต้องคิด” ผมจับหน้าเรียวอุคให้หันมา ปัดผมหน้าม้าที่เริ่มยาวจนเกือบปิดนัยน์ตาสีใสขึ้น น้ำตาเริ่มไหลออกมาจากดวงตากลมโตนั้น ผมไม่เข้าใจเหตุการณ์ตรงหน้าซักเท่าไหร่ รู้เพียงแต่ว่า ผมต้องหยุดน้ำตาของเด็กคนนี้ให้ได้
“ถ้าจะร้องก็ต้องมีเหตุผลสิ จริงมั๊ย”
“มันแค่เรื่องงี่เง่านะฮะ พี่อย่าสนใจเลย”
ผมดึงมือทั้งสองของเรียวอุคมากุมไว้เบาๆ เรื่องงี่เง่าที่ว่า มันทำให้ผมเจ็บปวดทุกครั้ง ถ้าจะพูดว่าใครงี่เง่า คนคนนั้นก็คือผมเอง
“Piano Sonata” เรียวอุคจำได้ทันที หลังจากที่ผมเล่นไปเพียงไม่กี่ตัวโน๊ต รอยยิ้มบนแก้มใสเริ่มกลับมา แต่ความหม่นเศร้าในดวงตาไม่เคยหายไปเลย ให้ตายสิ ผมไม่ชอบแบบนี้เลย
“พี่จะเล่นเปียโนให้นายฟังจนกว่านายจะเบื่อไปเลย แต่อย่าร้องไห้อีกเลยนะ”
“เพราะจังฮะ”
อื้อมันเพราะมากจริงๆนะแหละ ~
การมานั่งรอตั้งแต่เช้าของเรียวอุค สร้างความหงุดหงิดให้ผมจนได้ ท่าทางปั้นจิ้มปั้นเจ๋อ ทำหน้าใฝ่รู้ซะเต็มประดา คนที่เป็นครูควรดีใจสินะ แต่มันไม่ได้ผลสำหรับผม
“สวัสดีฮะ ครูฮีชอล วันนี้เราต้องเริ่มไล่ตัวโน๊ตกัน ผมพูดรึเปล่าฮะ”
“ถูก แต่นั่นเป็นสิ่งที่ชั้นต้องพูด”
“อ่า..” เอามือมาเกาหัวแล้วพูดออกมาแค่นี้ น่ารักตายชักล่ะ เด็กบ้า
“ทานอะไรตอนเช้าหน่อยมั๊ยฮะ” เด็กนี่นึกจะทำอะไรก็ทำ ล้วงแครกเกอร์ในกระเป๋ายื่นมาทางผมห่อนึง แล้วก็นั่งแกะกินเองอีกห่อ กินแครกเกอร์ตอนเช้า นายคิดว่าชั้นอายุเท่าไหร่กัน
“นายกินไปคน เดียวเหอะ เสร็จแล้วก็รีบตามมา” ผมยกกาแฟดำที่เหลือขึ้นดื่มทีเดียวหมดแก้ว แล้วต้องรีบย้ายตัวเองออกจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด อึดอัด~
“คุณ..นิ้วสวยจังฮะ”
“ไม่เกี่ยวกับที่นายกำลังเรียนอยู่”
“มันดูเหมาะกับคีย์เปียโนดีนะฮะ” ผมเคยคิดว่าตัวเองเป็นคนดื้อ แต่ดูเหมือนจะเจอคนที่ดื้อกว่า ไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ
“หึ แล้วนายคิดว่าตัวเองเหมาะหรือเปล่าล่ะ” ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่ผมพูดผิดตรงไหน แต่เจ้าเด็กนั่นสิทำหน้าเหมือนโดนใครตบหน้าอย่างนั้นแหละ จะรอดูแล้วกันว่าจะได้ซักกี่น้ำ
เวลาสองวันสำหรับผม ไม่เคยรู้สึกว่ามันช้าขนาดนี้มาก่อน จะดีใจมากที่สุดถ้าพรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้ายระหว่างผมกับ คิมเรียวอุค
ช่วงบ่ายของวันนี้ผมตัดสินใจงดคลาสทั้งหมด ฝนที่ตกลงมาอย่างบ้าคลั่งขนาดนี้ ใครที่ไหนก็ไม่อยากออกจากบ้านทั้งนั้นล่ะ นอกจากผมที่ออกมาก่อนอยู่แล้ว ดีเหมือนกัน ฝนตกหนัก อากาศเย็นสบาย ผมคงต้องแต่งเพลงซักหน่อย
ครืน….นนน เปรี้ยง ……งงง!!!!!
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!!!
ผมวางมือจากคีย์เปียโน หันไปตามเสียงนั่น เสียงฟ้าฝนข้างนอกดังเกินไป จนผมไม่แน่ใจว่ามีใครมาเคาะประตูอยู่หรือเปล่า ถ้าจำไม่ผิดผมโทรไปบอกลูกศิษย์ทุกคนหมดแล้วล่ะนะ
แล้วข้างนอกนั่นใครกันล่ะ~
ร่างเล็กๆเปียกชุ่มด้วยน้ำฝน ล้มลงมาข้างในทันทีเมื่อผมเปิดประตู ร่างไรสติอ่อนปวกเปียกกำลังกองอยู่ตรงหน้าผมเลือดจางๆ ไหลออกมาจากหัวทุย ผมไม่กล้าคิดว่าเค้าจะยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า ผมคงไม่ตกใจขนาดนี้ ถ้าเจ้าของร่างนี้จะไม่ใช่…..ไม่ใช่
คิมเรียวอุค!
TBC~
...........................................................................................

อุ๊คไปโดนอะไร วี๊สสสสสสสสสสสสสสสสส
/me ไปเข้าฝันไรท์เตอร์
#1 By POR on 2011-02-17 00:59