[Fic] Why do I Love You KYU-HAE {WON}- 1 >> Comeback
posted on 14 Jan 2011 00:02 by missmilletComback>>
สนามบินนานาชาติอินชอน ดูแปลกตาไปมากทั้งที่ความจริงแล้วอาจจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปซักเท่าไหร่ แต่ระยะเวลาห้าปีที่ทงเฮเดินทางจากเกาหลีไป อาจจะทำให้เขาไม่คุ้นเคยกับที่ที่เคยอยู่ ผู้โดยสารหลากสัญชาติเดินขวักไขว่ไปมาเกือบจะเต็มพื้นที่ของสนามบิน อากาศที่เริ่มจะหนาวแล้วแบบนี้ คงไม่แปลกนักที่จะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาที่โซล บ้านที่เขาจากมานาน
ทงเฮสาวเท้าอย่างไม่ลดละ เพื่อจะแทรกตัวผ่านผู้คนมากมายที่รายรอบ และไปให้ถึงที่ ที่ฮีชอลตกลงไว้ว่าจะมีคนจากที่บ้านมารอรับ ถึงแม้จะสับสนจนทำให้เสียเวลาเดินไปเดินมาอยู่บ้าง แต่ในที่สุด อีทงเฮ พร้อมสัมภาระที่หอบมาจากสวิส ก็พาตัวเองมายังที่นัดหมายจนได้ มองไปรอบๆ ตัว แล้วก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่ามีคนมารอรับเขาเลยซักนิด หรือเขาอาจจะมาผิดที่ ลองมองไปที่กลุ่มคนสองสามคนตรงเก้าอี้ที่นั่งรอ ก็ไร้แววว่าจะรู้จักกันมาก่อน อีทงเฮวางกระเป๋าใบเล็กที่ถือติดตัวลงตรงเก้าอี้ตัวที่ว่างอยู่ และหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวถัดไป คนจากที่บ้านอาจจะยังมาไม่ถึงก็ได้ เขาควรนั่งรอดีที่สุด
หลังจากรับโทรศัพท์ ของฮีชอล แทนที่คยูฮยอนจะหลับลงด้วยความสบายใจ กลับทำให้เขาต้องหงุดหงิดตลอดคืน อีทงเฮ ชื่อนี้ที่เขาเกือบลืมไปแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะผู้เป็นพ่อ พยายามรายงานความเป็นไปและชื่นชมในระดับผลการเรียนที่ดีเยี่ยมของพี่ชายต่าง สายเลือดคนนี้ให้ฟังบ่อยๆบนโต๊ะอาหาร คงไม่มีวันที่เขาจะเก็บชื่อนี้มาไว้ให้รกสมอง คนที่คอยแต่จะมาแทนที่เขาตลอดเวลา ทั้งที่ไม่ใช่สายเลือดแท้ๆ พ่อของเขายังรักและคอยสนับสนุนทุกอย่าง
ตั้งแต่ นายเข้ามาในบ้าน พี่ซีวอนก็คอยแต่จะสนคนอย่างนายอยู่ได้ นายอายุมากกว่าชั้นงั้นเหรอ แต่อย่าหวังว่าชั้นจะเรียกนายว่าพี่นะ อีทงเฮ
“คุณคยูฮยอนครับ เรากลับไปรอที่เดิมเถอะนะครับ ป่านนี้คุณทงเฮคงมาถึงแล้ว เครื่องแลนดิ้งมาซักพักแล้วล่ะครับ”
“อยาก ไปรอ ก็ไปเลยสิ ขอกุญแจด้วยผมจะไปรอที่รถ” คยูฮยอนในสภาพไม่พร้อมตื่น เสนอแนวทางที่จะทำให้ตัวเองไม่ต้องเผชิญหน้ากับทงเฮ บอกตามตรง มันเรื่องอะไรกันที่เขาต้องมารับคนคนนี้ นึกแล้วก็พาลโกรธไปถึงพ่อและฮีชอล แกล้งกันชัดๆ
“แต่…ว่า คุณทะ…..”
“ผมก็มาถึงสนาม บินแล้วนี่ไง จะเอายังไงอีก” คยูฮยอนสวนกลับทันที การที่เขายอมมารับอีทงเฮด้วยนี่ก็น่าจะเกินพอแล้ว คุณพ่อบ้านจึงไร้หนทางต่อกลอนจำต้องยกกุญแจรถให้คยูฮยอนไปแต่โดยดี
คยูฮยอนเผลอใช้ปลายนิ้วโป้งวางไว้ตรงปุ่ม Unlock ของรีโมทรถโดยที่เขาก็ไม่รู้ตัว แถมยังรีบเดินตรงไปทางออกเพื่อไปลานจอดรถ โดยไม่หันกลับมาสนใจคุณพ่อบ้านและคนขับรถแม้แต่น้อย
ทงเฮ นั่งรออยู่ซักพักก็เริ่มร้อนใจ คิดจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดหาฮีชอล ก็ต้องถอดใจเพราะแบตเตอรี่หมด พักใหญ่แล้วที่นั่งรอ คนที่จะมารับก็ไม่มาซักที เพื่อเป็นการฆ่าเวลา เขาเลยเอื้อมมือไปล้วงไอพอดทัช ในกระเป๋าขึ้นมาเสียบหูฟังเพลงไปพลางๆ ซึ่งก็ยังแอบคิดในใจว่า ทำไมไม่ทำตั้งนานแล้วนะ ทงเฮหยิบแว่นที่ถอดแขวนไว้ตรงคอเสื้อ มาใส่อีกครั้ง ขยับหมวกลงอีกเล็กน้อย ในเมื่อการนั่งรอคือทางเดียวที่ทำได้ ก็หลับรอเลยละกัน ความอ่อนล้าจากการนั่งเครื่องบินมาหลายชั่วโมงทำให้การนอนหลับในสถานที่ที่ ไม่เอื้ออำนวยกลายเป็นเรื่องง่าย
“คุณอีทงเฮ” เสียงทุ้มแว่วมาข้างหูทั้งที่กำลังจะเคลิ้มหลับแท้ๆ ทำให้อีทงเฮสะดุ้งน้อยๆและหันตามหาต้นเสียงนั้นเกือบจะทันที
“อะ.. ครับ” เมื่อหันไปเจอเจ้าของเสียงเขาก็ขานรับ
“ผม พ่อบ้านจองอึนครับ คุณท่านให้ผมกับ เอ่อ… ” คุณพ่อบ้านลืมไปเสียสนิท ว่าคยูฮยอนหนีไปรอที่รถแล้ว อยากจะกลืนคำที่เผลอพูดออกมาซะจริงๆ
“คนขับรถ… ใช่มั๊ยครับ สวัสดีครับคุณพ่อบ้าน และคุณลุงคนขับรถ” ทงเฮไม่ได้ติดใจอะไรในอาการเลิกลั่กของคุณพ่อบ้าน เขากลับกล่าวทักทายอย่างเป็นมิตร และเขาเองก็ดีใจมาก ในที่สุดก็ไม่ต้องนั่งรออีกต่อไปแล้ว เขาจะได้กลับบ้านจริงๆซักที
“ช่วยคุณทงเฮเข็นรถสิ” คุณพ่อบ้านหันไปสั่งคนขับรถ ที่พอได้ยินคำสั่งปุ๊บก็รีบทำตามปั๊บเหมือนกดสวิตซ์
“ขอบคุณครับ” ทงเฮโค้งขอบคุณอย่างนอบน้อม เขาไม่เคยคิดว่าลูกจ้างในบ้านจะต้องถูกปฎิบัติให้ดูด้อยค่าเลย ในเมื่อเขาเองยังเป็นใครก็ไม่รู้ที่อยู่ดีๆก็ได้เป็นลูกชายเจ้าของบ้านก็ เท่านั้น เพราะฉะนั้นสำหรับเขาแล้วทุกคนถือว่าเท่าเทียมกัน
คุณพ่อบ้านเอื้อมมือไปช่วยถือกระเป๋าใบเล็ก แต่ทงเฮไม่ยอม ทั้งยังรีบบอกให้นำทางไปที่รถเสียอีก คุณพ่อบ้านยกยิ้มด้วยความชื่นชมแล้วรีบเดินนำไปลานจอดรถตามคำขอ
ตั้งแต่เข้ามานั่งรอในรถได้คยูฮยอนก็ยังหงุดหงิดไม่เลิก แทนที่เขาจะได้นอนหลับสบายอยู่บนเตียง ต้องมาทนรอคนที่เขาไม่อยากเห็นหน้าอยู่ตั้งนานสองนาน เพียงเท่านี้ก็ฝืนใจมากเสียจนไม่รู้จะโกรธใครดี จริงๆเขาก็ไม่ได้เจอหน้าทงเฮมานานแล้วเหมือนกัน ตอนนั้นหมอนั่นหน้าตาเป็นยังไงนะเหรอ เด็กหน้าจืด วันๆเอาแต่ยิ้มประจบพ่อเขาอยู่นั่นแหละ ทำอย่างอื่นไม่เป็นเลยหรือไง ทุกคนในบ้านไม่เว้นแม้กระทั่งแมวของพี่ฮีชอลยังชอบไปเล่นกับหมอนั่นอยู่ได้ น่ารำคาญชะมัด
ตอนนี้หมอนั่นจะเป็นยังไงแล้วนะ…….. ฮึ ใครสน!!
คยูฮยอนพยายามสะบัดหัวไปมาเพื่อไล่ความคิดบ้าๆนั่น ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ ผ่านไปเกือบสิบห้านาทีในรถ เขาเม้มปากด้วยความเหนื่อยหน่าย นายควรจะมาซักที มันจะได้จบๆ การเริ่มต้นวันแบบนี้ มันไม่สนุกเลยจริงๆ
ก๊อก ก๊อก!!
เสียง เคาะกระจกเพียงเบาๆของคุณพ่อบ้าน ก็สามารถทำให้คยูฮยอนหันขวับไปด้วยอาการลิงโลด สิ้นสุดซักทีสินะ การรอคอยที่แสนน่าเบื่อ เขารีบกดรีโมทปลดล๊อครถ
“ช้ากันจริงๆ” ทันทีที่ประตูด้านซ้ายมือถูกเปิดออก คยูฮยอนก็อดไมได้ที่จะต้องตำหนิคุณพ่อบ้านเสียหน่อย
“ขอโทษครับ” แน่นอนที่สุด คุณพ่อบ้านจะต้องรีบขอโทษเขาเป็นการด่วน แต่ทว่าเสียงนั้นแปลกออกไป คยูฮยอนหันขวับไปมองเจ้าของเสียงกล่าวขอโทษหวานหู อีทงเฮ หมอนี่เปลี่ยนไปมาก คยูฮยอนเผลอมองพี่น้องต่างสายเลือดตั้งแต่หัวจรดเท้า ถึงจะตัวจะไม่สูงขึ้นซักเท่าไหร่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอีกฝ่ายดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากทีเดียว ทงเฮก็ไม่ต่างกัน ในขณะที่เปล่งคำขอโทษออกไปก็อดแปลกใจไม่ได้ที่เจอคยูฮยอนในรถอีกคน น้องชายที่ไม่เคยคิดว่าเขาเป็นพี่ ดูโตขึ้นจนจำแทบไม่ได้ นอกเสียจากท่าทางแข็งกระด้าง และนิสัยขี้โวยวายที่เขายังจำได้แม่นไม่เคยลืม
“จริงๆ คุณทงเฮมารอพวกเราซักพักแล้วล่ะครับ ” คราวนี้เป็นเสียงคุณพ่อบ้านตัวจริงที่เอี้ยวตัวมาเพื่อแก่ต่างให้ทงเฮกลายๆ จากที่นั่งข้างหน้า
คยูฮยอนรีบขยับตัวเองมานั่งในท่าหันหน้าตรง เอามือกอดออก แถมยังไม่ลืมที่จะหยิบแว่นดำขึ้นมาใส่ทั้งๆที่อยู่ในรถ
“ไปกันได้หรือยัง เสียเวลามามากแล้วนี่” พูดพลางก็โยนกุญแจรถไปข้างหน้า โดยไม่สนด้วยซ้ำว่าใครจะรับ ไว้ โชคดีที่คุณพ่อบ้านมือไวรีบตะปบกุญแจไว้ทันพอดี
รถยนต์สีดำคันใหญ่วิ่งห่างออกจากสนามบินอินชอนเพื่อเข้าเขตตัวเมืองเข้าไป ทุกที ทงเฮใช้เวลานี้ในการหันหน้าไปซึมซับทิวทัศน์ข้างทาง ความอบอุ่นใจแล่นปราดเข้ามาทุกขณะ แต่ก็ถูกทำลายลงทุกครั้ง ที่หันไปเจอกับความเฉยชาของอีกคนที่นั่งข้างๆ ยิ่งเข้าใกล้โซลมากเท่าไหร่ ความทรงจำมากมายวัยเด็กก็ยิ่งวิ่งวนเข้ามาในหัวมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งพี่ซีวอน และคนอื่นๆในบ้านรักเขาเหมือนสมาชิกคนหนึ่งของบ้านมากเท่าไหร่ ดูเหมือนว่าเขาก็จะกลายเป็นตัวน่ารังเกียจของคยูฮยอนมากขึ้นเรื่อยๆอีกเช่น กัน
แต่ไม่ว่าจะยังไง วันนี้เขาก็กลับมาแล้ว
ทงเฮสาวเท้าอย่างไม่ลดละ เพื่อจะแทรกตัวผ่านผู้คนมากมายที่รายรอบ และไปให้ถึงที่ ที่ฮีชอลตกลงไว้ว่าจะมีคนจากที่บ้านมารอรับ ถึงแม้จะสับสนจนทำให้เสียเวลาเดินไปเดินมาอยู่บ้าง แต่ในที่สุด อีทงเฮ พร้อมสัมภาระที่หอบมาจากสวิส ก็พาตัวเองมายังที่นัดหมายจนได้ มองไปรอบๆ ตัว แล้วก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่ามีคนมารอรับเขาเลยซักนิด หรือเขาอาจจะมาผิดที่ ลองมองไปที่กลุ่มคนสองสามคนตรงเก้าอี้ที่นั่งรอ ก็ไร้แววว่าจะรู้จักกันมาก่อน อีทงเฮวางกระเป๋าใบเล็กที่ถือติดตัวลงตรงเก้าอี้ตัวที่ว่างอยู่ และหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวถัดไป คนจากที่บ้านอาจจะยังมาไม่ถึงก็ได้ เขาควรนั่งรอดีที่สุด
หลังจากรับโทรศัพท์ ของฮีชอล แทนที่คยูฮยอนจะหลับลงด้วยความสบายใจ กลับทำให้เขาต้องหงุดหงิดตลอดคืน อีทงเฮ ชื่อนี้ที่เขาเกือบลืมไปแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะผู้เป็นพ่อ พยายามรายงานความเป็นไปและชื่นชมในระดับผลการเรียนที่ดีเยี่ยมของพี่ชายต่าง สายเลือดคนนี้ให้ฟังบ่อยๆบนโต๊ะอาหาร คงไม่มีวันที่เขาจะเก็บชื่อนี้มาไว้ให้รกสมอง คนที่คอยแต่จะมาแทนที่เขาตลอดเวลา ทั้งที่ไม่ใช่สายเลือดแท้ๆ พ่อของเขายังรักและคอยสนับสนุนทุกอย่าง
ตั้งแต่ นายเข้ามาในบ้าน พี่ซีวอนก็คอยแต่จะสนคนอย่างนายอยู่ได้ นายอายุมากกว่าชั้นงั้นเหรอ แต่อย่าหวังว่าชั้นจะเรียกนายว่าพี่นะ อีทงเฮ
“คุณคยูฮยอนครับ เรากลับไปรอที่เดิมเถอะนะครับ ป่านนี้คุณทงเฮคงมาถึงแล้ว เครื่องแลนดิ้งมาซักพักแล้วล่ะครับ”
“อยาก ไปรอ ก็ไปเลยสิ ขอกุญแจด้วยผมจะไปรอที่รถ” คยูฮยอนในสภาพไม่พร้อมตื่น เสนอแนวทางที่จะทำให้ตัวเองไม่ต้องเผชิญหน้ากับทงเฮ บอกตามตรง มันเรื่องอะไรกันที่เขาต้องมารับคนคนนี้ นึกแล้วก็พาลโกรธไปถึงพ่อและฮีชอล แกล้งกันชัดๆ
“แต่…ว่า คุณทะ…..”
“ผมก็มาถึงสนาม บินแล้วนี่ไง จะเอายังไงอีก” คยูฮยอนสวนกลับทันที การที่เขายอมมารับอีทงเฮด้วยนี่ก็น่าจะเกินพอแล้ว คุณพ่อบ้านจึงไร้หนทางต่อกลอนจำต้องยกกุญแจรถให้คยูฮยอนไปแต่โดยดี
คยูฮยอนเผลอใช้ปลายนิ้วโป้งวางไว้ตรงปุ่ม Unlock ของรีโมทรถโดยที่เขาก็ไม่รู้ตัว แถมยังรีบเดินตรงไปทางออกเพื่อไปลานจอดรถ โดยไม่หันกลับมาสนใจคุณพ่อบ้านและคนขับรถแม้แต่น้อย
ทงเฮ นั่งรออยู่ซักพักก็เริ่มร้อนใจ คิดจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดหาฮีชอล ก็ต้องถอดใจเพราะแบตเตอรี่หมด พักใหญ่แล้วที่นั่งรอ คนที่จะมารับก็ไม่มาซักที เพื่อเป็นการฆ่าเวลา เขาเลยเอื้อมมือไปล้วงไอพอดทัช ในกระเป๋าขึ้นมาเสียบหูฟังเพลงไปพลางๆ ซึ่งก็ยังแอบคิดในใจว่า ทำไมไม่ทำตั้งนานแล้วนะ ทงเฮหยิบแว่นที่ถอดแขวนไว้ตรงคอเสื้อ มาใส่อีกครั้ง ขยับหมวกลงอีกเล็กน้อย ในเมื่อการนั่งรอคือทางเดียวที่ทำได้ ก็หลับรอเลยละกัน ความอ่อนล้าจากการนั่งเครื่องบินมาหลายชั่วโมงทำให้การนอนหลับในสถานที่ที่ ไม่เอื้ออำนวยกลายเป็นเรื่องง่าย
“คุณอีทงเฮ” เสียงทุ้มแว่วมาข้างหูทั้งที่กำลังจะเคลิ้มหลับแท้ๆ ทำให้อีทงเฮสะดุ้งน้อยๆและหันตามหาต้นเสียงนั้นเกือบจะทันที
“อะ.. ครับ” เมื่อหันไปเจอเจ้าของเสียงเขาก็ขานรับ
“ผม พ่อบ้านจองอึนครับ คุณท่านให้ผมกับ เอ่อ… ” คุณพ่อบ้านลืมไปเสียสนิท ว่าคยูฮยอนหนีไปรอที่รถแล้ว อยากจะกลืนคำที่เผลอพูดออกมาซะจริงๆ
“คนขับรถ… ใช่มั๊ยครับ สวัสดีครับคุณพ่อบ้าน และคุณลุงคนขับรถ” ทงเฮไม่ได้ติดใจอะไรในอาการเลิกลั่กของคุณพ่อบ้าน เขากลับกล่าวทักทายอย่างเป็นมิตร และเขาเองก็ดีใจมาก ในที่สุดก็ไม่ต้องนั่งรออีกต่อไปแล้ว เขาจะได้กลับบ้านจริงๆซักที
“ช่วยคุณทงเฮเข็นรถสิ” คุณพ่อบ้านหันไปสั่งคนขับรถ ที่พอได้ยินคำสั่งปุ๊บก็รีบทำตามปั๊บเหมือนกดสวิตซ์
“ขอบคุณครับ” ทงเฮโค้งขอบคุณอย่างนอบน้อม เขาไม่เคยคิดว่าลูกจ้างในบ้านจะต้องถูกปฎิบัติให้ดูด้อยค่าเลย ในเมื่อเขาเองยังเป็นใครก็ไม่รู้ที่อยู่ดีๆก็ได้เป็นลูกชายเจ้าของบ้านก็ เท่านั้น เพราะฉะนั้นสำหรับเขาแล้วทุกคนถือว่าเท่าเทียมกัน
คุณพ่อบ้านเอื้อมมือไปช่วยถือกระเป๋าใบเล็ก แต่ทงเฮไม่ยอม ทั้งยังรีบบอกให้นำทางไปที่รถเสียอีก คุณพ่อบ้านยกยิ้มด้วยความชื่นชมแล้วรีบเดินนำไปลานจอดรถตามคำขอ
ตั้งแต่เข้ามานั่งรอในรถได้คยูฮยอนก็ยังหงุดหงิดไม่เลิก แทนที่เขาจะได้นอนหลับสบายอยู่บนเตียง ต้องมาทนรอคนที่เขาไม่อยากเห็นหน้าอยู่ตั้งนานสองนาน เพียงเท่านี้ก็ฝืนใจมากเสียจนไม่รู้จะโกรธใครดี จริงๆเขาก็ไม่ได้เจอหน้าทงเฮมานานแล้วเหมือนกัน ตอนนั้นหมอนั่นหน้าตาเป็นยังไงนะเหรอ เด็กหน้าจืด วันๆเอาแต่ยิ้มประจบพ่อเขาอยู่นั่นแหละ ทำอย่างอื่นไม่เป็นเลยหรือไง ทุกคนในบ้านไม่เว้นแม้กระทั่งแมวของพี่ฮีชอลยังชอบไปเล่นกับหมอนั่นอยู่ได้ น่ารำคาญชะมัด
ตอนนี้หมอนั่นจะเป็นยังไงแล้วนะ…….. ฮึ ใครสน!!
คยูฮยอนพยายามสะบัดหัวไปมาเพื่อไล่ความคิดบ้าๆนั่น ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ ผ่านไปเกือบสิบห้านาทีในรถ เขาเม้มปากด้วยความเหนื่อยหน่าย นายควรจะมาซักที มันจะได้จบๆ การเริ่มต้นวันแบบนี้ มันไม่สนุกเลยจริงๆ
ก๊อก ก๊อก!!
เสียง เคาะกระจกเพียงเบาๆของคุณพ่อบ้าน ก็สามารถทำให้คยูฮยอนหันขวับไปด้วยอาการลิงโลด สิ้นสุดซักทีสินะ การรอคอยที่แสนน่าเบื่อ เขารีบกดรีโมทปลดล๊อครถ
“ช้ากันจริงๆ” ทันทีที่ประตูด้านซ้ายมือถูกเปิดออก คยูฮยอนก็อดไมได้ที่จะต้องตำหนิคุณพ่อบ้านเสียหน่อย
“ขอโทษครับ” แน่นอนที่สุด คุณพ่อบ้านจะต้องรีบขอโทษเขาเป็นการด่วน แต่ทว่าเสียงนั้นแปลกออกไป คยูฮยอนหันขวับไปมองเจ้าของเสียงกล่าวขอโทษหวานหู อีทงเฮ หมอนี่เปลี่ยนไปมาก คยูฮยอนเผลอมองพี่น้องต่างสายเลือดตั้งแต่หัวจรดเท้า ถึงจะตัวจะไม่สูงขึ้นซักเท่าไหร่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอีกฝ่ายดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากทีเดียว ทงเฮก็ไม่ต่างกัน ในขณะที่เปล่งคำขอโทษออกไปก็อดแปลกใจไม่ได้ที่เจอคยูฮยอนในรถอีกคน น้องชายที่ไม่เคยคิดว่าเขาเป็นพี่ ดูโตขึ้นจนจำแทบไม่ได้ นอกเสียจากท่าทางแข็งกระด้าง และนิสัยขี้โวยวายที่เขายังจำได้แม่นไม่เคยลืม
“จริงๆ คุณทงเฮมารอพวกเราซักพักแล้วล่ะครับ ” คราวนี้เป็นเสียงคุณพ่อบ้านตัวจริงที่เอี้ยวตัวมาเพื่อแก่ต่างให้ทงเฮกลายๆ จากที่นั่งข้างหน้า
คยูฮยอนรีบขยับตัวเองมานั่งในท่าหันหน้าตรง เอามือกอดออก แถมยังไม่ลืมที่จะหยิบแว่นดำขึ้นมาใส่ทั้งๆที่อยู่ในรถ
“ไปกันได้หรือยัง เสียเวลามามากแล้วนี่” พูดพลางก็โยนกุญแจรถไปข้างหน้า โดยไม่สนด้วยซ้ำว่าใครจะรับ ไว้ โชคดีที่คุณพ่อบ้านมือไวรีบตะปบกุญแจไว้ทันพอดี
รถยนต์สีดำคันใหญ่วิ่งห่างออกจากสนามบินอินชอนเพื่อเข้าเขตตัวเมืองเข้าไป ทุกที ทงเฮใช้เวลานี้ในการหันหน้าไปซึมซับทิวทัศน์ข้างทาง ความอบอุ่นใจแล่นปราดเข้ามาทุกขณะ แต่ก็ถูกทำลายลงทุกครั้ง ที่หันไปเจอกับความเฉยชาของอีกคนที่นั่งข้างๆ ยิ่งเข้าใกล้โซลมากเท่าไหร่ ความทรงจำมากมายวัยเด็กก็ยิ่งวิ่งวนเข้ามาในหัวมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งพี่ซีวอน และคนอื่นๆในบ้านรักเขาเหมือนสมาชิกคนหนึ่งของบ้านมากเท่าไหร่ ดูเหมือนว่าเขาก็จะกลายเป็นตัวน่ารังเกียจของคยูฮยอนมากขึ้นเรื่อยๆอีกเช่น กัน
แต่ไม่ว่าจะยังไง วันนี้เขาก็กลับมาแล้ว

พี่ทงเฮออกจะมารยาทงามสามปีซ้อน มาทำเป็นรังเกียจเค้า
#1 By caramel-macchiato (1.47.135.23) on 2011-01-23 14:45