[SF] ~Very Important Person~ CinTeuk [End]
posted on 12 Aug 2010 04:44 by missmillet
ระหว่างทางกลับหอผมหลับสนิทเลยล่ะ อาจจะเป็นเพราะผมเหนื่อยและเพลียมากพอแล้วสำหรับวันนี้ แถมผมยังได้หมอนนุ่มๆ กลับคืนมาแล้วด้วยสิ อิทึกถือว่าทำพลาดมาก ที่ปล่อยให้ผมต้องทนเหงาอยู่นานเกินไป ไม่มีใครที่ไหนจะเห็นคนอื่นสำคัญไปกว่าแฟนตัวเองหรอกนะ ถึงแม้เจ้าพวกนั้นจะเป็นน้อง ก็เถอะ นี่ผมไม่ได้อิจฉาพวกมันหรอก แต่นั่นมันเป็นสิทธิ์ของผมต่างหาก เค้ารู้ตัวอย่างนี้ก็ดีแล้ว ก็เพราะคนที่เค้าต้องห่วง ต้องดูแล ต้องใส่ใจให้มาก ก็คือผมยังไงล่ะ ผมยังไม่เคยเห็นใครสำคัญกว่าเค้าเลยซักที อิทึกนายเคยรู้บ้างมั๊ยเนี่ย
ผมเป็นคนใส่ใจคนที่ผมรัก ในแบบของผม~
“กลับมาแล้วก็รีบพักผ่อนกันล่ะ ซองมินอย่าให้คยูฮยอนเล่มเกมส์ดึกนะ ถ้าถึงเช้าอีกพี่จะตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตของพวกนาย ” ลงจากรถปุ๊บก็ทำหน้าที่คนแก่ทันทีเลยนะ พวกนั้นน่ะโตๆกันแล้วไม่ต้องห่วงให้มากนักก็ได้
“ฮะพี่อิทึก นายได้ยินใช่มั๊ยคยูฮยอน ” เจ้าซองมินนี่ดุเหมือนกันแฮะ นึกว่าจะทำเป็นแต่หน้าแบ๊วๆอย่างเดียว
“ เออนา ไปๆ เข้าห้องได้แล้ว ผมไปนะครับพี่อิทึก ” คยูฮยอนลากแขนซองมินเดินนำคนอื่นไปก่อน จะรีบไปทำเวลาเล่นเกมส์ล่ะสิ ผมนะอ่านมันออก จะว่าไป เจ้านี่เป็นสุดยอดสตาร์คราฟ พาร์ทเนอร์ของผมเลยนะ ส่วนผมนะหรอ ขั้นเซียนเลยล่ะ
“อุคกี้ เร็วเข้า ชั้นจำได้ว่า ยังไม่ได้ให้อาหารเต่าเลย ตายๆๆๆ ตังโกแฟมมิลี่ป่านนี้หิวแย่แล้ว ” เยซอง นายยังเลี้ยงเจ้าเต่าพวกนั้นอยู่อีกหรอ เต่าเป็นสัตว์เลี้ยงได้ยังไงกันนะ แล้วมันกินอะไรเป็นอาหารน่ะ ผักบุ้งหรือไง ถ้าผมเป็นรยออุคผมจะไม่ทนอยู่กับเจ้านี่แน่ คิดแล้วก็ขนลุกขึ้นมา อึ๋ยยย!!
“ตายจริง ลืมได้ยังไงกันน่ะ เยซอง นายนี่แย่จริงๆ เร็วๆเลยนะ” ดูเหมือนเจ้านี่จะหลงรักเต่าของเยซองเข้าแล้ว อือ ดูเข้ากันดี (-__-)
“ ไปกันได้หรือยัง ” ผมหันไปถามอิทึกบ้าง ก็เค้ามัวแต่สั่งเสียเจ้าพวกนั้นอยู่ได้ เป็นพ่อของพวกมันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
“ ก็ไปสิ นายอยากนอนต่อหรอ ” ถามมาได้ ก็ใช่นะสิ แล้วผมก็ไม่ได้อยากนอนคนเดียวเสียด้วย
“ใช่น่ะสิ เหนื่อยจะแย่ ทงเฮๆ เอาถุงเสื้ออิทึกไปเก็บให้ด้วย” ผมดึงถุงเสื้อผ้าของอิทึกยื่นให้ทงเฮ เค้าจะได้ไม่ต้องขึ้นไปเก็บให้เสียเวลา เพราะเวลานี้เค้าต้องอยู่กับผม
“ทงเฮนายต้องเข้าห้องก่อนหรอ ” อึนฮยอกตีหน้าเศร้าใส่ ห่างกันซักนาทีไม่ได้เลยหรือไง เว่อร์จริง
“อื้ม แป๊บเดียวนะ” ยังคงแจกยิ้มเรี่ยราด
“ไปด้วยสิ พี่อิทึกครับ ผมขอไปเยี่ยมห้องพี่นะ ” สองคนนั่นไม่ได้รอฟังคำตอบก็จูงกันขึ้นไปซะแล้ว
พอทุกคนไปกันหมด อิทึกก็ทำท่าเหมือนจะไม่ยอมไปกับผมเสียอย่างนั้น อะไรกัน คนอื่นๆเค้าไปกันเป็นคู่ นายจะปล่อยให้ชั้นต้องอยู่คนเดียวได้ยังไง นายนี่แย่ชะมัด ทำผิดเองแท้ๆ ผมยังต้องไปง้อก่อนเลย รู้ถึงไหนอายไปถึงนั่นแน่ๆ ไม่คิดเลยว่าผมต้องเป็นฝ่ายเสียหน้า
“ นายบอกว่าง่วง นายก็รีบไปนอนสิ ”
“ก็...ชั้นไม่อยากอยู่ในห้องคนเดียวนี่นา ”
“ ฮีบอมกับเบงชินก็อยู่นี่ ”
“อ่า ใช่สิ นายไม่คิดถึงพวกมันหรือไง เบงชินโตขึ้นเยอะแค่ไหน นายคงไม่อยากรู้ล่ะสิ”
“ไม่ใช่อย่างนั้น แต่.... ขอขึ้นไปอาบน้ำก่อนได้มั๊ยล่ะ ”
“มีแต่ห้องนายหรือไงที่มีห้องน้ำน่ะ ”
“โอเค ยอมแล้วๆ”
“ ก็แค่เนียะ ”
ผมว่าผมเลิกงงกับพฤติกรรมแปลกๆของฮีชอลแล้ว และผมก็พอจะรู้สาเหตุที่เราไม่พูดกันแล้วล่ะ เค้าอิจฉาได้แม้กระทั้งน้องๆตัวเอง ช่วงที่ผ่านมามีอะไรหลายๆอย่างที่ผมกังวลเกี่ยวกับวง ยิ่งเราต้องโปรโมทอัลบั้มใหม่ ผมก็ต้องยิ่งทุ่มเทให้กับงานมากขึ้น เราเจอปัญหาต่างๆมาด้วยกันมากมาย ผมในฐานะลีดเดอร์และพี่ของน้องๆ สิ่งที่ผมพยายามทำไปทั้งหมด มันดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่อาจจะไม่ดีพอสำหรับฮีชอล
ผมจะทำให้มันดีขึ้นก็แล้วกัน~
“ฮีบอม เบงชิน ดูสิเนี่ย ใครมา อ่า พวกนายจำไม่ได้ละสิ แย่จัง ” ฮีชอลลูบหัวเบงชินแล้วหันกลับมาที่ผม พยักหน้าให้เข้าไปหา
“ว่าไง ฮีบอม เบงชิน โตขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย ดูโตกว่าในวิดิโอที่นายอัดไว้ซะอีก ” ผมเข้าไปเล่นกับแมวเค้าบ้าง ที่จริงผมดูวิดีโอที่เค้าเล่นกับแมวแล้วอัดไว้บ่อยๆ แต่ไม่นึกว่าเบงชินแมวตัวใหม่จะโตขึ้นขนาดนี้
“ นายแอบดูละสิ ”
“ไม่เห็นจะต้องแอบ ใครๆเค้าดูกัน เหมือนแฟนคลับนายนั่นแหละ”
“นายก็เป็นหนึ่งในแฟนคลับ คิมฮีชอลเหรอเนี่ย ดีมาก นายมาถูกทางแล้วล่ะ”
“คิมฮีชอลผุ้มีผิวขาวดั่งน้ำนม เรารักคุณคิมฮีชอล เย่ๆ ต้องพูดแบบนี้ด้วยหรือเปล่า ”
“ แน่นอนอยู่แล้ว ” ฮีชอลก็คือฮีชอล ยังไงเค้าก็ต้องเป็นที่หนึ่ง และยอมใครไม่เป็นเสียด้วย
ในตอนนี้ระหว่างผมกับฮีชอล เราคงไม่ต้องมาปรับความเข้าใจอะไรกันแล้วล่ะ การกระทำย่อมสำคัญกว่าคำพูด และดูเหมือนเค้าจะพอใจมากด้วย ที่ยึดผมคืนจากน้องๆได้ ผมรู้สึกตัวเบาหวิวอย่างไม่น่าเชื่อ ความอัดอั้นเมื่อหลายวันก่อนมันหายไปแบบไม่รู้ตัว ผมเริ่มมีแรงที่จะเผชิญกับทุกสิ่งทุกอย่างในวันข้างหน้าต่อไป
วันเกิดผมใกล้มาถึงแล้วสินะ อ่า....หวังว่าเค้ายังจะจำมันได้~
“คิดอะไรอยู่น่ะ” ฮีชอลยกเบงชินมาถูกับหน้าผม
“.........” ผมชะงักเล็กน้อย ก็มันตกใจนี่นา กำลังคิดอะไรเพลินๆ
“เบงชินถาม นายไม่ได้ยินหรือไง ” ไม่พูดเปล่า ฮีชอลยังยื่นเบงชินใส่หน้าผมซ้ำอีก
“เปล่านี่ แล้วไหนบอกจะนอน ” ผมเผลอทำเสียงดุใส่เค้า ก็เร่งผมจังนึกว่าเพลียจนทนไม่ไหว
“นายดุชั้นทำไมเนี่ย ชั้นไม่ใช่เจ้าพวกนั้นซะหน่อย”
“ไม่ได้ดุ ก็เห็นนายบอกจะรีบมานอนไงล่ะ”
“ ตอนนี้ไม่แล้วล่ะ ชั้นแค่อยากอยู่กับนายน่ะ ” ฮีชอลพูดโดยที่ไม่มองหน้าผมด้วยซ้ำ ผมรู้สึกว่าผมทำผิดกับเค้าจริงๆก็คราวนี้แหละ ฮีชอลนายคงเหงามากใช่มั๊ย
“ขอโทษ ขอโทษนะ”
ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาจากเราอีก ผมวิ่งเข้าไปกอดฮีชอล เอาไว้ แต่กลับเป็นเค้าเองที่กอดตอบผมไว้แนบแน่น แน่นกว่าทุกครั้ง เราเหมือนห่างหายกันไปนานในช่วงที่ผ่านมา ทั้งที่เราแทบจะเจอหน้ากันทุกวัน ผมจะไม่เสียดายช่วงเวลาที่มันหายไปหรอกนะ เพราะตอนนี้มันทำให้ผมรู้แล้วว่า
ฮีชอล สำคัญกับผมมาก มากจริงๆ ~
ในที่สุดอิทึกก็กลับมาเป็นของผมอีกครั้ง แต่จะพูดแบบนั้นมันก็ไม่ถูกซะทีเดียว เอาเถอะให้เค้าเป็นฮยองที่น่ารักของน้องๆด้วยก็ได้ อย่างวันนี้ผมก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะยกเค้าคืนให้เจ้าเด็กพวกนั้นซักพัก เพราะอะไรนะเหรอ ก็วันนี้ วันเกิดอิทึกไงล่ะ
“พี่ฮีชอล ผมคิดไม่ออกจริงๆ ว่าจะเซอร์ไพรซ์วันเกิดพี่อิทึกแบบไหนดี” ทงเฮทำท่าคิดหนัก นายไม่เห็นต้องเครียดขนาดนั้นนะทงเฮ
“ จะต้องเซอร์ไพรซ์ทำไมกันเล่า ”
“แต่วันเกิด ก็ต้องเซอร์ไพรซ์สิฮะ ”
“นายรู้อะไรมั๊ย เจ้าของวันเกิดนั่นแหละที่รอเซอร์ไพรซ์จากคนอื่นทั้งวัน สิ่งที่เซอร์ไพรซ์ที่สุดก็คือ การไม่มีเซอร์ไพรซ์ยังไงล่ะ ฮ่าๆ ”
“ พี่พูดอะไรน่ะ แต่ผมให้อึนฮยอกเตรียมเค้กไว้แล้ว รับรองพี่อิทึกเละแน่ พี่ไปกับพวกเรานะฮะ ”
“หึ ไม่ล่ะ ”
ผมหลบมาอยู่ในห้องข้างๆ ซักพักก็ได้ยินเสียงดังอื้ออึงของเจ้าพวกนั้น ไม่บอกก็รู้ คงกำลังจะโปะเค้กใส่เจ้าของวันเกิดอยู่ละสิ มุกเก่าไปหน่อยนะ เล่นเป็นเด็กๆ
“อ่า สุขสันต์วันเกิดครับ ฮยอง 28 ปีแล้วหรอเนี่ยยย ” เสียงแว่วๆของทงเฮ ย้ำเลขนี้ขึ้นมา ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่า อีก 9 วัน ผมก็จะอายุครบ 28 เหมือนเค้า นี่พวกเราใกล้จะ 30 กันแล้วหรอเนี่ย แก่จัง อย่าให้พวกนายแก่บ้างก็แล้วกัน
“ เป่าเทียนสิครับพี่ ” น่าจะเป็นชินดง ที่พูดขึ้นมา
“พวกนายไม่โปะเค้กใส่พี่หรอกเหรอ” อิทึก นายก็รู้อยู่แล้วว่าต้องโดน จะพูดอีกทำไม ฮ่าๆ ที่จริงผมก็อยากไปเห็นหน้าที่เละไปด้วยเค้กของอิทึกด้วย นะเนี่ย แต่คิดอีกที ไม่ดีกว่า
“อ๊ากกกก นายจับพี่อิทึกไว้สิ ” อึนฮยอกโวยวายเหมือนโดนซะเอง
“ อ๊าาาา !!!! ” ในที่สุดนายก็โดนจนได้สินะ เจ้าบ้า ป่านนี้หน้านายคงเลอะไปหมดแล้ว
ผมพิมพ์เมสเสจ แล้วก็กดลบ แล้วก็พิมพ์ใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อ่า ทำไมมันยากจัง ผมไม่เคยทำอะไรแบบนี้ด้วยสิ วันเกิดของอิทึกในแต่ละปี เราก็แค่ขึ้นมานั่งดื่มโซจูกันสองคนบนดาดฟ้า ที่ที่ผมยืนอยู่ตอนนี้ หลังจากฉลองกับคนอื่นก็เท่านั้น แต่ครั้งนี้ ผมแค่อยากให้มันพิเศษหน่อย เปล่าหรอกผมไม่ได้มีของขวัญอะไรให้เค้าอีกตามเคย เค้าน่าจะรู้ ก็ผมนี่แหละ ของขวัญชิ้นพิเศษที่เค้าได้รับมาตลอด จริงมั๊ยล่ะ
‘ รออยู่บนดาดฟ้า อย่าช้าล่ะ ’
ในที่สุดผมก็กด ปุ่ม sent บนมือถือได้ซักที เอาล่ะ อิทึกนายอย่าช้าเชียวนะ อากาศเริ่มหนาวขึ้นมาทีละนิด ท้องฟ้าสีแดงกำลังจะค่อยๆมืดลง ผมลังเลว่าจะจุดเทียนเล่มเล็กที่ปักอยู่บนคัพเค้กชอคโกแลต ไว้ก่อนดีหรือเปล่า บนนี้มีลมด้วยสิ เค้กอันเล็กๆนี่น่ารักชะมัด ผมแอบยิ้มกับเจ้าเบอเกอรี่อันจิ๋วที่ผมแอบไปซื้อมาจากร้านใกล้ๆหอพัก ก็ผมคิดไม่ออกนี่ วันเกิดก็ต้องเป่าเทียน อธิษฐาน แล้วยังไงอีก มันมาจากความตั้งใจของผม มันก็น่าจะมีความหมายกับเค้าบ้างล่ะนา ผมไม่ได้ทำแบบนี้ให้ใครง่ายๆหรอกนะ
“ ฮีชอล ” ผมมัวแต่คิดอะไรเพลินไปหน่อย อิทึกก็มาแล้ว ผมยังไม่ได้จุดเทียนเลยนะเนี่ย
“นายมาแล้วหรอ”
“อื้อ”
“ นายหันไปก่อน อย่าแอบมองล่ะ ”
“อะไรน่ะ ”
“หันไปเหอะนา”
อิทึกหันหลังกลับไปแล้ว ผมรีบจุดเทียนบนคัพเค้กทันที ที่จริงผมน่าจะจุดไว้ก่อน ลมก็ยังจะมาพัดอีก เอาล่ะ มันติดแล้ว ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเรียกอิทึกให้หันมา
“อิทึก ดูนี่สิ ”
“……..” นอกจากจะไม่พูดอะไร อิทึกยังทำตาโตที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา นายเซอร์ไพรซ์ใช่มั๊ยล่ะ บอกแล้วมันไม่ธรรมดา
“Happy Birthday ฮยอง”
“ นายเรียกชั้นว่ายังไงนะ ”
“ ฮยอง รีบมาเป่าเค้กซะสิ ”
แสงเทียนริบหรี่บนเทียนเล่มเล็กดับลง หลังจากอิทึกหลับตาอธิษฐานอยู่พักนึงก่อนจะพ่นลมเบาๆ ออกมา เค้ายิ้มให้ผม และผมก็กำลังยิ้มให้เค้า อ่า มีความสุขจัง ~
“นายจะเรียกชั้นว่า ฮยองได้ยังไง ฮีชอล ฮึ”
“ทีเจ้าพวกนั้นยังเรียกได้เลย”
“แต่พวกเค้าเป็นน้องนี่”
“ชั้นก็น้องนายไม่ใช่หรือไง เด็กว่าตั้ง 9วันเชียวนะครับ ฮยอง~”
“ฮ่าๆๆ นายนี่น๊า ขี้อิจฉาจริง”
“ แล้วนายชอบรึเปล่า”
“หมายถึง.....”
“ก็เค้กไงเล่า มันอร่อยมากเลยนะ ”
ผมหยิบเนื้อเค้กมาป้อนอิทึกแล้วก็ลองกินดูนิดนึง มันอร่อยจริงๆนะแหละ ไม่ได้หวานมาก ออกจะขมๆด้วยซ้ำ คงเพราะมันเป็นชอคโกแลต แต่แบบนี้ล่ะ ที่มันไม่น่าเบื่อ และยิ่งทำให้เราอยากกินมันอยู่เรื่อยๆ นี่เป็นสเน่ห์ของชอคโกแลต
ผมยื่นเค้กที่เหลือให้อิทึกกินอีก มันอันเล็กนิดเดียว กินสองคำก็หมดแล้วมั๊ง ลมเย็นพัดผ่านมาเบาๆ มันไม่ได้ทำให้หนาวจนทนไม่ไหว แต่กลับเย็นสบายอย่างไม่น่าเชื่อ ผมหันไปมองอิทึกที่ยังเคี้ยวคัพเค้กอยู่ เศษชอคโกแลตสีน้ำตาลติดอยู่ตรงมุมปากเค้าพอดี นาย 28 แล้วนะ กินเลอะเหมือนเด็กไปได้
“อิทึก”
“หือ”
ผมจับหน้าอิทึกให้หันมา แล้วบรรจงแตะปลายลิ้นเลียลงบนเศษชอคโกแลตตรงมุมปาก มันได้รสขมนิดๆ
“กินเหมือนเด็ก”
“ใครมันจะไปเห็น”
“อิทึก.......นายมีความสุขอยู่หรือเปล่า”
“ถ้าตอนนี้ล่ะก็ มากเลยล่ะ ”
“ถ้านายเคยมีช่วงที่เป็นทุกข์เพราะชั้น ต่อไปชั้นจะไม่อิจฉาเจ้าพวกนั้นแล้วก็ได้”
“หือ ที่ผ่านมานายอิจฉาน้องๆจริงๆนะหรอ”
“ก็นายชอบให้ความสำคัญกับพวกนั้นมากกว่าชั้นนี่”
“ใครบอก นายนั่นแหละสำคัญที่สุด รู้ไว้ด้วย คิมฮีชอล”
ผมยิ้มให้กับทิวทัศน์มุมสูงของกรุงโซล ท้องฟ้าที่เหมือนจะเวิ้งว้างในตอนแรก ตอนนี้เต็มไปด้วยแสงเล็กๆของดวงดาวนับพัน คนข้างๆผมเงยหน้าขึ้นสูดความหนาวเหน็บช้าๆ ลักยิ้มข้างแก้มของเค้าปรากฏชัด เค้ากับผมต่างก็ยิ้มให้กับความสุขในวันนี้
และมันจะมีต่อๆไปไม่มีที่สิ้นสุด~
End.
edit @ 12 Aug 2010 05:07:05 by Mizz MiLleT
#1 By Hyuk'n on 2012-05-19 20:15